แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรทำอาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรทำอาหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Steak5

มาทำสเต็กกันดีกว่า
"สเต็กเนื้อ + pepper sauce" เป็น อาหารทำง่ายๆ มันก็เหมือนกับเอาเนื้อไปปิ้งๆ คล้ายบาร์บีคิวให้พอเกือบสุก (ชอบแบบที่หันแล้วเลือดสาดอ่ะ) โรยเกลือนิดหน่อยก็อร่อยอยู่แล้ว เพราะเนื้อวัวมีความหวานเยอะ ได้ชิมรสชาติแบบธรรมชาติแท้ๆก็อร่อยไม่ลืมหูลืมตาแล้วค่ะ

แต่ถ้าแค่เอาเนื้อไปปิ้งเฉยๆ ก็เกรงว่าจะโดนค่อนแคะว่าทำเนื้อย่างจิ้มแจ่ว เลยต้องมีการปรับปรุงกันนิดหน่อย ให้มีน้ำเกรวีราดชุ่มๆ ทานกับผักสดๆบาบีคิว... ลองมาดูกันว่า หน้าตามันจะเป็นยังไงน๊า..




+++++++++++++++++++++++++

ส่วนประกอบ
เนื้อสันนอก 1 ชิ้น ขนาดตามความพึงใจ
น้ำเกรวีผง ตราโลโบ้ 1 ซอง
เนยสำหรับผัด
นมสด 1 ถ้วย (สหรับหมักเนื้อ และใส่ในน้ำเกรวี่)
พริกไทสด 3 ช่อ รูดเอาแต่เม็ด บุให้แตก
เห็ดเป๋าฮื้อ หรือตามชอบ
ผักสดตามชอบสำหรับเป็นเครื่องเคียง



ส่วนประกอบโดยรวมค่ะ


เนื้อวัว


ผักสดๆ



เห็ดเป่าฮื้อ ใช้สองดอกโตๆ มาหั่นตามยาว เตรียมผัดกับน้ำมัน แล้วแบ่งบางส่วนไว้ใส่กับน้ำเกรวี่ค่ะ



วิธีทำ
1. ใช้สันมีดทุบเนื้อให้ทั่ว โรยด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย เคล้าให้ทั่ว




2. นำเนื้อวัวที่เตรียมไว้หมักด้วยนมสด พักไว้ 20 นาที




3. เตรียมน้ำเกรวี่ ใช้เกรวี่ผงของโลโบ้ ผสม 1 ซอง ต่อน้ำ 1 ถ้วยตวง ตั้งไฟอ่อน หมั่นคนบ่อยๆ จนเดือดข้น ใส่พริกไทบุ และเห็ด เติมนมสด 1/2 ถ้วย คนจนเดือดและงวดเล็กน้อย



น้ำเกรวี่จะออกสีคล้ายโอวัลติน... เติมพริกไทยป่น เพิ่มความเผ็ด คนให้เข้ากัน ปิดไฟ พักไว้ เราได้ ซอสเปปเปอร์ แล้วค่ะ


4. นำผักที่หันเป็นชิ้นหนาๆ ลงย่างในกระทะ ใส่เนยเล็กน้อย ย่างให้สุกเล็กน้อย ให้ออกเกรียมๆ (ไม่มีรูปค่ะ) จัดเตรียมลงจาน

5. นำเนื้อที่หมักไว้ เทนมออก แล้วเอามาย่างในกะทะเดิมให้สุกทั้งสองด้าน




วิธีกะว่าเนื้อควรสุกเท่าไหร่ ให้ลองกดดูที่เนื้อ ถ้าชอบ medium rare ก็ย่างเร็ว เนื้อยังนิ่มอยู่

6. นำเห็ดที่หันเตรียมไว้ลงผัดในกะทะเดิม (แต่ถ้าไหม้มากก็ล้างก่อนก็ได้ค่ะ) เพราะน้ำหวานจากเนื้อยังอยู่ อาจจะใส่เนย หรือน้ำมันมะกอกตอนผัดก็ได้ค่ะ ผัดให้นิ่ม ใช้ไฟแรง เสร็จแล้วตัดราดบนสเต็ก


7. เตรียมเสริฟ... นำทุกอย่างจัดลงจาน...






จานโต๊...โต ราดด้วยน้ำเกรวีชุ่มๆ พริกไทยอ่อนเยอะๆๆๆๆๆ มะเขือเทศเปรี้ยวๆ หอมใหญ่หว๊านหวาน น่าทานมั้ยละคะ

Steak4

เมื่อเช้าก่อนไปทำงานพ่อบอกว่าอยากกินสเต็กหมู
แม่ก็เลยจัดให้...
แต่วันนี้แม่ไม่ได้ไปตลาด แต่ค้นของที่มีในตู้เย็นอยู่แล้วออกมา
มีหมูที่เอาไว้ทำสเต็กโดยเฉพาะ
ผงบาบีคิวโลโบ้1ซอง
เนยรสเค็ม
มันฝรั่ง แครอท บล็อคโครี่
เครื่องปรุงสำหรับทำน้ำเกรวี่ราดสเต็ก
เกลือ แป้งมัน(จริงๆเค้าใช้แป้งข้าวโพดกัน)
พริกไทยป่น ผงปรุงรสคนอร์รสหมู
วิธีทำ
ก่อนอื่นก็หมักหมูกับผงบาบีคิวโลโบ้แล้วทิ้งไว้กี่ชั่วโมงก็ตามสะดวก
แต่แม่หมักทิ้งไว้เกือบ3ชั่วโมง เพราะมัวแต่เล่นคอม เข้า exteen กะเม้นท์ Hi5

หมักจนพอใจก็เอาหมูมาทอดกับเนยรสเค็ม ทอดในกระทะก้นแบนแบบนี้
อ้อ! น้ำหมักหมูอย่าทิ้งนะครับโฮ่ง เราจะเก็บไว้ทำน้ำเกรวี่ด้วย

หั่นมันฝรั่ง แครอท บล็อคโครี่ แล้วต้มน้ำใส่เกลือเพื่อให้ผักมีรสเค็มๆนิดหน่อย
ใส่มันฝรั่งลงไปต้มก่อนซักพัก แล้วค่อยใส่แครอทต้มต่ออีกนิด
แล้วจึงใส่บล็อคโครี่เป็นอันดับสุดท้าย พอบล็อคโครี่สลบก็ยกขึ้น

รินน้ำร้อนออกแล้วเทน้ำเย็นลงไปทันที ผักจะเขียวสดสีสวย
เทน้ำทิ้งจัดใส่จานรอไว้ เว้นที่ไว้ให้หมูด้วย
พอหมูสุกก็เอามาหั่นเรียงไว้ในจานนั่นแหล่ะฮับ
ทีนี้ก็ไปทำน้ำเกรวี่กัน แม่บอกว่าสูตรนี้ง่ายสุดๆแล้ว
เอาน้ำใส่กระทะนิดหน่อย กะเอาแค่พอราดสเต็กก็พอ
ใส่ผงคนอร์ลงไปจิ๊ดเดียวเท่านั้นเดี๋ยวเค็ม
พอน้ำเดือดก็ใส่แป้งลงไปช้อนนึง คนเร็วๆเดี๋ยวแป้งเป็นก้อน
ใส่น้ำหมักหมู(ผงโลโบ้นั่นแหล่ะ)ลงไป
เทลงไปซัก2ช้อนให้สีสวยและหอมเครื่องเทศ
ใส่พริกไทยป่นลงไป คนๆ3-4ทีก็เสร็จ เอาไปราดหมูที่นอนรออยู่ในจานได้เลย



 

Steak3

สเต็กเนื้อ ( สูตร 13 เหรียญ )

ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)
1. รากผักชี 4-5 ราก
2. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
3. พริกไทยดำป่น 1/2 ช้อนชา
4. น้ำมันพืช 1/2 ช้อนชา
5. กระเทียม 4-5 กลีบ
6. หอมใหญ่บด 1/2 หัว
7. เนื้อสเต็ก (สันใน) 1 ชิ้น.
8. ผักต่างๆ

วิธีทำ
1. นำส่วนผสมในข้อ 1, 5, 6 มาบดให้ละเอียด
2. ใส่น้ำมันพืช เกลือ และพริกไทยดำป่นลงไปผสมให้เข้ากัน แล้วพักไว้
3. นำเนื้อที่จะย่างมาเตรียมไว้ (หากเป็นเนื้อที่แช่แข็งแล้ว ต้องนำมาละลายก่อนจนเนื้อคลายเย็นประมาณ 1/2 ชม. จึงจะนำไปย่างได้ เพราะหากไม่นำไปคลายเย็นก่อน เนื้อที่ย่างจะไม่สุก กระด้าง และไม่มีความหวาน )นำส่วนผสมทั้งหมดที่พักไว้มาหมักกับเนื้อนานประมาณ 1/2 ชม.
4. จากนั้นจึงนำไปย่างไฟ เตรียมเสิร์ฟ พร้อมผักผัดเนยหรือสลัดผัก

เทคนิคการย่างเนื้อ
1. เนื้อหั่นหนา 1 ซม.
2. ย่างไฟแรง 1-2 นาที ต่อหนึ่งข้าง
3. ถ้าเป็นเนื้อติดมัน ต้องย่างให้มันสุกเกรียม จะทำให้เนื้อมีกลิ่นหอมชวนรับประทานยิ่งขึ้น
4. ก่อนนำขึ้นจากเตา ทาด้วยเนยให้ทั่วทั้งสองด้าน จะช่วยให้เนื้อมีกลิ่นหอมมากยิ่ง

วิธีทำผักผัดเนย
1. ล้างผักทุกชนิด หั่นหั่นพริกหวานเป็นชิ้นใหญ่ เฉือนโคนที่สกปรกของเห็ดฟางออก ผ่าครึ่ง มันผรั่งต้มสุก
2. ใส่เนยลงในกระทะ ตั้งไฟกลางพอร้อน ใส่พริกหวาน มันผรั่ง แครอท เห็ด ปรุงรสด้วยพริกไทย เกลือ อย่างละ 1/8 ช้อนชา ผัดจนสุก จัดใส่จานพักไว้
3. ผัดข้าวโพดในกะทะให้ร้อนและหอม ตักใส่จานที่ใส่ผักไว้แล้ววางชิ้นสเต็ก จัดเสริฟ

Steak2

สูตรหมักเนื้อ

- เนื้อวัวสันใน เอามาทุบ ถ้าเนื้อเหนียวต้องจัดการ ด้วยสัปปะรด ลงไปคลุก 1ชิ้นเล็กๆ เอาเอาขึ้น เดี๋ยวเปื่อยยุ่ยหมด
- เนยสด
- โอริกาโน่
- ซีอิ้วขาว
- แป้งสาลี

หมักทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทิ้งไว้เลย ไม่ต่ำกว่า 1 ชม.


น้ำเกรวี่
- น้ำซุปไก่ (ทั่วไปใช้น้ำสต็อกหมู ) หรือนำเศษเนื้อวัวมาต้ม ทำเองก็ต้องดัดแปลงเป็นธรรมดา ^^”
- แป้งข้าวโพด
- พริกไทยดำ นิดหน่อย
- หอมใหญ่ (จะใส่ก็ดี)
- มะเขือเทศ (ใส่ทั้งลูก จะใส่ก็ดี อีกเช่นกัน
- โอริกาโน่

เคี่ยวเรื่อยๆจนได้ที่ ตามด้วยแป้งข้าวโพดที่ละลายน้ำแล้ว คนให้ทั่ว ปรุงรสแล้วตามด้วยโอริกาโน่

พักไว้ เนื้อได้ที่ ได้เวลาก็ นำมาย่าง จะทอดกับกระทะเทฟล่อนก็ได้ แต่ที่ใช้ คือเทรฟล่อน  Grin กะทะ ปิ้งย่าง + หม้อสุกี้ในตัว  ลองของใหม่กันเลย


ย่าง เนื้อเสร็จใส่จานราดด้วยน้ำเกรวี่ ทานกับ ผักต้ม เป็น ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง แครอท มันฝรั่ง ถั่วแขก ขนมปัง+มันฝรั่งทอด ทานกับซอสมะเขือเทศ หรือซอส พริกไทยดำก็ได้

Steak1

วิธีการทำ สเต็ก (Steak)

"ลิขิตฟ้า หรือจะสู้ มานะคน"



สเต็ก(Steak) เป็นอาหารชนิดหนึ่ง ที่คนไทยและต่างประเทศรู้จักกันดี วันนี้ workdeena จึงนำเอา วิธีการทำสเต็กนุ่มๆ มาฝากเพื่อนๆ สูตรในการทำสเต็ก(Steak) สูตรนี้ workdeena ได้มาจากร้านขายสเต็กข้างทางริมถนน เขาขายจานละ 59 บาท เสริฟพร้อมกับขนมปังปิ้ง 2 แผ่น ดูราคาแล้วไม่แพงเลย มีคนมาทานเยอะมาก แทบไม่มีโต๊ะว่าง workdeena จึงคิดว่าอาชีพนี้ ก็น่าจะเป็นอาชีพอิสระที่ดีได้ จึงนำมาฝากเพื่อนๆ เรามาดูกันว่าเราจะหมักเนื้อสเต็กกันอย่างไร


สเต็ก( Steak) มีทั้ง หมู, เนื้อ, ปลา, ไก่ สูตรนี้ก็เป็นสูตรที่สามารถ หมักได้กับเนื้อทุกอย่างเลย
ส่วนผสม
  1. เนื้อหมู 250 กรัม
  2. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  3. พริกไทยเม็ดบุให้แตก 10 เม็ด
  4. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  5. น้ำมัน 1 ช้อนกินข้าว
  6. โซดา 1 ช้อนกินข้าว
  7. หอมหัวใหญ่ 1 ชิ้นหั่นบางๆ

วิธีทำ
  • ให้นำเนื้อหมู มาขยำเบาๆ กับ โซดา แล้วหมักไว้ 5 นาที
  • หลังจากนั้นให้ใส่เครื่องปรุงทุกอย่าง ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • แล้วนำเนื้อหมูที่หมักแล้ว เข้าตู้เย็น ประมาณ 1/2 ชั่วโมง
  • เมื่อครบกำหนดแล้วให้ นำออกมาย่าง หรือทอดก็ได้แล้วแต่ชอบ
  • เวลาเสริฟ ให้ใส่ผักต้ม เช่น มันฝรั่งต้ม หรือแครอทต้ม หรือข้าวโพดหวานต้มก็ได้ และขนมปังปิ้งสองแผ่น

- เพื่อนๆ ลองทำทานกันดูนะ ถ้าได้ผลอย่างไรก็บอกกันบ้างแล้วกัน workdeena ก็ลองใช้สูตรนี้ลองทำดูแล้ว ก็ใช้ได้นะ เวลาย่าง อย่าใหมันสุขจนแห้งมากเกินไป มันจะไม่อร่อย ทานกับซอสมะเขือเทศ หรือซอสปรุงรส, เกลือ, พริกไทย อร่อยมาก แต่อย่าลืมอาหารแบบไทยๆ นะ อร่อยไม่แพ้ชาติอื่นเหมือนกัน

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แตงกวาดอง 3 สูคร



แตงกวาดอง 3 รส

ประการแรก ต้องคัดเลือกแตงกวาก่อน คือไม่เอาที่แก่จัดเกินไป และข้อสำคัญต้องสด
และไม่มีรอยช้ำ คัดได้แล้วก็เอามาล้างน้ำ และตัดเกสรที่ติดอยู่ให้เกลี้ยง
แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง จึงจัดแจงวางแตงกวาลงในภาชนะที่จะใช้ดอง
ประการต่อไป เตรียมน้ำเกลือ 10-12% คือ เอาน้ำ 9 ลิตร ต่อเกลือ 1 กิโลกรัม
นำไปตั้งไฟให้เกลือละลาย แล้วเอามากรองผงออก
นำไปต้มให้เดือดอีกครั้งเสร็จแล้วยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น พอเย็นดีก็เทใส่ลงไปในแตงกวา
เอาของหนักๆ เช่น ถุงพลาสติกใส่น้ำรัดปากถุงให้แน่น ทับแตงกวาให้จมอยู่ใต้น้ำเกลือให้หมด
พอดองไปได้ 1 คืน ก็เติมเกลือลงไปอีก 1/2 ถ้วย
ดองต่อไปอาทิตย์ที่ 2 จึงเติมเกลืออีก 1/4 ถ้วย
อาทิตย์ที่ 3 ก็เติมเกลืออีก 1/4 ถ้วย
ดองต่อไป อาทิตย์ที่ 4 เติมเกลืออีก 1/4 ถ้วย
อาทิตย์ที่ 5 เติมเกลือสุดท้ายอีก 1/4 ถ้วย คราวนี้ก็ดองต่อไปจนแตงมีเนื้อใสและกรอบ
การดองวิธีนี้ดีกว่าใช้ใส่เกลือมากๆ เข้มข้นไปเลยทีแรก ซึ่งจะทำให้แตงกวาเหี่ยว
เพราะคายน้ำออกมามาก

ทีนี้ก็เตรียมน้ำดองน้ำ 3 รส กัน
ผสมน้ำส้มเข้มข้น 4-5% ประมาณ 2 ลิตร
เกลืออีก 100 กรัม
น้ำตาลทราย 2 กิโลกรัม
ผงชูรส 2 กรัม
ส่วนกลิ่นหอมเครื่องเทศนั้น ก็ใช้ลูกผักชี ยี่หร่าที่คั่วจนหอมใหม่ ๆ มาห่อผ้าขาวบาง
ผูกให้แน่นหย่อนลงไปในน้ำดองที่ผสมใหม่นี้ด้วยแล้วเอาน้ำดอง 3 รส นี้ไปต้มให้เดือด
ยกลงมากรองให้สะอาดแล้วนำไปต้มใหม่
ก่อนหน้านั้นก็ต้องเตรียมล้างแตงดองเค็มที่ทำไว้ให้หายเค็ม
โดยแช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืนให้เกลือคายออกมาบ้าง
แล้วจะหั่นเป็นแว่นๆ หรือจะหั่นตามยาวก็ได้ เตรียมใส่ขวดที่จะขายเป็นขวดพร้อมไว้
พอได้น้ำดอง 3 รส ต้มและกรองร้อนๆ ขอเน้นว่า ต้องร้อนๆก็เทลงไปในขวดปิดฝาพอหลวมๆ
อย่าเพิ่งปิดให้แน่นนัก ไม่งั้นน้ำำร้อนในขวดจะถูกดันออก
นำขวดที่บรรจุแตงและน้ำดองที่ว่านี้ไปนึ่งในลังถึงให้น้ำเดือดพล่าน นาน 5 นาที
จึงนำขวดมาล้างน้ำ เช็ดให้แห้งปิดฉลากให้สวยงาม
ก่อนจะขายต้องเก็บไว้อย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้น้ำดองซึมเข้าเนื้อแตงกวาเสียก่อน
เขาจะนำเอาไปกินแกล้มกับเหล้าเบียร์หรือกินกับเนื้อสัตว์ทอดแก้เลี่ยน หรือใส่ในแซนด์วิช
แฮมเบอร์เกอร์ก็ได้ทั้งนั้นครับ



แตงกวาดองแบบเปรี้ยว

ส่วนผสม
แตงกวา 24 ผล
หัวหอมใหญ่ 4 ถ้วย
เกลือ 1 ถ้วย
น้ำมันมะกอก 1 ถ้วย
พริกไทย 3 ช้อนโต๊ะ
มัสตาร์ดแห้ง(ต้น) 112.50 กรัม
น้ำส้มไซเดอร์ (Cider Vinegar) 6 ถ้วย

วิธีทำ
เริ่มจาก ล้างแตงกวาให้สะอาด ฝานหัวและท้ายทิ้ง แล้วล้างเอายางออกอีกที
จากนั้นหั่นเป็นแท่งๆให้ใหญ่กว่าขนาดของเฟรนช์ฟรายด์สัก 2 เท่า แล้วเราก็จัดการปอกหัวหอม
นำไปล้างให้สะอาด แล้วนำใส่ผักในภาชนะเคลือบ โรยเกลือให้ทั่ว ทิ้งไว้หนึ่งคืน

วันรุ่งขึ้น เทน้ำเกลือทิ้ง และนำแตงกวาและหัวหอมใส่ตะแกรงผึ่งให้สะเด็ดน้ำเกลือ
จากนั้นเทใส่ลงในอ่างผสมใหม่
เติมต้นมัสตาร์ด น้ำมันมะกอก พริกไทย คนช้า ๆ ให้เข้ากัน เติมน้ำส้มไซเดอร์
แล้วเทใส่ลงในขวดที่มีฝาปิดสนิท ดองทิ้งไว้ 6 อาทิตย์ จึงใช้ได้

tip
เมื่อครบกำหนดการดองแล้ว ให้นำขวดแตงกวาเข้าเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อหยุดขั้นตอนการดอง
และการเก็บรักษาแตงกวาดองในตู้เย็นจะช่วยให้สามารถเก็บแตงกวาดองไว้ได้นาน โดยไม่เสีย
แตงดองที่เราทำเสร็จแล้วนิยมใช้รับประทานกับเนื้อย่าง ปลาชุบแป้งทอด ไส้กรอกย่าง
หรือรับประทานคู่กับอาหารทอด เพื่อตัดความเลี่ยน
หรืออาจจะใช้ใส่ในแซนวิชและแฮมเบอร์เกอร์ก็ได้คะ
อย่าลืมระมัดระวังเรื่องความสะอาดทุกขั้นตอนของการดอง



แตงกวาดองซอสญี่ปุ่น

ส่วนผสม
แตงกวาญี่ปุ่นหั่นเป็นเส้น 500 กรัม
หอมแดงปอกเปลือก 10 หัว
กระเทียมโทนดองในน้ำเชื่อม 10 หัว
พริกขี้หนูบุบพอแตก 10 เม็ด
ขิงแก่หั่นบาง 20 แว่น
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม(สำหรับน้ำดอง)
ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น 1+1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
น้ำส้มสายชูหมัก 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำ
- ต้มส่วนผสมน้ำดองทั้งหมดจนเดือด ยกลงพักไว้จนเย็นสนิท
- ลวกแตงกวาญี่ปุ่นในน้ำเดือดผสมเกลือ นานประมาณ 2 นาที จึงตักขึ้นสะเด็ดน้ำ
และซับด้วยผ้าสะอาด แล้วพักไว้
- เรียงแตงกวาญี่ปุ่น หอมแดง กระเทียมดองพริกขี้หนู และขิงแก่ลงในโหลดอง
- เติมน้ำดองที่เตรียมไว้จนเต็มโหลดอง ปิดฝาให้สนิท
นำเข้าตู้เย็นดองนานประมาณ 1 สัปดาห์ จึงรับประทานได้

วิธีทำกิมจิ สูตรคนเกาหลีแบบง่ายๆ

เก็บภาพวิธีการทำกิมจิ สูตรคนเกาหลีแบบง่ายๆมาฝากเพื่อนๆด้วยกันค่ะ อันดับแรกเตรียมผักกาดขาวปลีสดๆดังรูปไว้


  
เตรียมหัวไชเท้าที่จะนำมาทำเป็นเครื่องปรุง


  
ส่วผสมเครื่องปรุงต่างๆทั้งหมดดังรูป ไปดูทีละอย่างด้วยกัน


  
นำต้นหอมมาหั่นเป็นท่อนๆดังรูปรอไว้


  
หั่นผักกุ๊ยช่ายดังรูปรอไว้……….


  
นำหัวไชเท้ามาซอยเป็นเส้นๆดังรูปรอไว้


  
เตรียมน้ำข้าวรอไว้


  
เตรียมเกลือหยาบรอไว้


  
เตรียมพริกป่นรอไว้ (พริกของคนเกาหลีจะเป็นพริกชนิดที่ไม่เผ็ดมาก แต่จะให้สีสันที่ค่อนข้างแดงพอสมควร ในที่นี้ถ้าเรานำมาปรับปรุงสูตรใช้กับบ้านเราให้ใช้พริกชี้ฟ้าสีแดงบด ละเอียด กับพริกป่นผสมด้วยกัน)


เตรียมน้ำตาลทรายรอไว้


  
นำขิงบดละเอียด หรือตำละเอียดรอไว้


เตรียมกระเทียมบดละเอียด หรือตำละเอียดรอไว้…………..


  
เตรียมน้ำมันงารอไว้………….


  
เตรียมน้ำกุ้ง หรือน้ำเคยรอไว้


เตรียมโสมบดละเอียดรอไว้


  
ต้มโสมที่นำมาบดละเอียด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคนเกาหลี


  
ผ่ากลางผักกาดขาวปลีตามแนวยาวดังรูป
โดย: BB [20 พ.ย. 51] ( IP A:124.120.198.219 X: )

ความคิดเห็นที่ 17
  
ใช้มือแหวกกาบตรงส่วนกลางของหัวผักกาดดังรูป…………


  
นำเกลือหยาบใส่ลงไปนิดหน่อยในกาบของผักกาดขาว ปลีดังรูป>>> เสร็จเรียบนำไปแช่ในน้ำเปล่าทิ้งไว้ประมาณ 12ชั่วโมง>>> เสร็จเรียบร้อยแล้วนำขึ้นมาล้างกับน้ำเปล่า>>> แล้วนำไปผึ่งรอสะเด็ดน้ำไว้ประมาณ 2ชั่วโมง



เสร็จเรียบร้อยผักกาดขาวปลีจะออกมาดังรูป  ในขณะเดียวกันให้นำเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน แล้ววางไว้ข้างจานดังรูป


ใส่ถุงมือเตรียมพร้อมทำกิมจิไปดองกันแล้ว


  
ดึงผักกาดขาวปลีที่แช่น้ำเกลือและสะเด็ดน้ำ แล้วออกมาทีละกาบ แล้วใช้ส่วนผสมทั้งหมดทาลงไปทีละกาบจนหมดในแต่ละกาบของหัวผักกาดนั้นๆ


  
อีกภาพ


  
ให้ทาส่วนผสมเครื่องปรุงเสร็จเรียบร้อยหมดทุกกาบดังรูป


  
นำหัวผักกาดนั้นมาหักกลาง แล้วดึงกาบล่างสุดออกมาดังภาพแล้วตวัดมัดแปะไปตรงกึ่งกลางของหัวผักกาดดังรูปถัดมา


  
เสร็จเรียบร้อยออกมาดังรูป ให้นำไปดองไว้ในขวดโหลปิดฝาประมาณ 24ชั่วโมง เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถนำออกมาหั่นไว้ทานแนมกับอาหารต่างๆได้ หรือจะนำไปเป็นส่วนผสมของอาหารในแต่ละชนิดได้เลย


กิมจิ และ ผักดอง

สูตรกิมจิ
kimchi1.jpgเครื่องปรุง
- ผักกาดขาวปลี/ผักหางหงส์ หั่น หยาบ ๆ 1 ต้นใหญ่
- หัวไชเท้า 1 หัว
- แครอท 1 หัว
- เกลือหยาบ(เกลือทะเล) 6 ชต ใช้เกลือทะเลจะมีสีสวย
- น้ำตาลทราย 2 ชต
- พริกชี้ฟ้าแดง (ผ่าครึ่งเมล็ดออก )5 เม็ด (ถ้าชอบเผ็ดมากใช้พริกขี้หนูสีแดง 1 กำมือ )
- ซอสพริกอย่างเผ็ด 5 ชต.
- ขิงแก่สับ 1 ชต.
- กระเทียมสับ 5 กลีบใหญ่
- ต้นหอม หั่นเป็นท่อน ๆ 5 ต้น หรือมากกว่าตามชอบ
- น้ำสะอาด 500 ซี ซี
- มะนาว 1-2 ผล

วิธีทำ
1)นำผักกาดขาวล้างให้สะอาดผ่าครึ่งหั่นตามแนวยาว ใส่ตะกร้าผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
ขยำ ผักกาดเกลือป่น(ใช้เกลือป่นหมักผัก 3 ชต.) ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างผักด้วยน้ำสะอาด 1 ครั้ง แล้วบีบน้ำออก แล้วนำผักลงในชามหรือหม้อที่สะอาด
2)นำแครอท หัวไชเท้า ล้างให้สะอาดปอกเปลือกหั่นตามขวางลูกจนหมดแล้วหั่นเป็นเส้นอีกครั้ง หมดทั้งสองอย่าง เพื่อความสวยงาม หั่นเป็นขวาง ๆ แล้วจักเป็นดอก ๆ
3) นำเครื่องปรุงไปปั่นให้ละเอียด รวมเกลือที่เหลือ 3 ชต. (6 ชต. ใช้หมักผักไป 3 ชต)
4) นำเครื่องปรุงทั้งหมดเทลงในอ่างผสม ใส่น้ำตาลทรายคนให้ทั่ว นำผักกาด หัวไชเท้า แครอท และต้นหอม ลงคลุกเคล้า นำใส่ขวดโหลปิดฝาพักไว้ 24 ชม. หลังจากนั้นนำมาใส่จานรับประทานได้เลย
เมื่อครบ 24 ชม แล้วลองชิมดูว่าอ่อนเปรี้ยว อ่อนเค็มไปหรือเปล่า ปรุงด้วยน้ำมะนาวและเกลือป่นสูตรนี้เก็บไว้ในตู้เย็นรับประทานได้ 1 เดือน

สูตรผักดอง

เครื่องปรุง
ดอกกะหล่ำ 1 1/2กก
แครอท 1/2 กก
กระหล่ำปลีธรรมดา 1/2 กก
(ผัก จะใช้อะไรมากอะไรน้อยตามชอบ นน.รวมกันแล้วอย่าเกิน 2 1/2 กก)
เกลือป่น 2 ชช
น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวงกับอีก 2 ชต.
น้ำส้มสายชู 2 ถ้วยตวง
น้ำสะอาด 1 3/4 ถ้วยตวง
กานพลู 4 ก้าน (ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องก็ได้นะคะ กานพลู)

วิธีทำ
1) ผัก ทั้ง 3 ชนิด ล้างให้สะอาด หั่นเป็นคำ ๆ
2) ต้ม น้ำส้ม น้ำตาล น้ำสะอาด เกลือ เคี่ยวไฟอ่อน ๆ จนน้ำตาลละลาย ยกขึ้นมาทิ้งไว้ให้เย็น
3) ตั้งหม้อ ต้มน้ำสะอาด พอน้ำเดือด นำผักทั้งหมดใส่ตะแกรง กดให้จมในน้ำเดือด 30 วินาที ปิดไฟ
4) ตักผักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ พักไว้ให้เย็น (((( อย่าแช่น้ำเย็นเด็ดขาด ))))
5) เมื่อ ข้อ 2) และ ข้อ 4) เย็นสนิทแล้ว นำใส่ภาชนะ ที่มีฝาปิด ปิดฝาให้สนิท
แช่ตู้เย็นดอง 72 ชม. จึงจะเสริฟได้ มีความกรอบนาน 1 เดือน
ใช้ผสมทำสลัด ทำแซนด์วิช หรือใช้แนมกินกับอาหารที่ทอดมัน ๆ จะแก้เลี่ยนและอร่อย มากๆ

สูตรกิมจิ

เครื่องปรุง

- ผักกาดขาวปลี 5 กล. ประมาณ 6-7 หัว

- หัวไชเท้า 1 หัว

- แครอท 1 หัว

- เกลือหยาบ(เกลือทะเล) 2 ซองเล็ก

- น้ำตาลทราย 3 ชต.

- พริกชี้ฟ้าแดงแห้งสำเร็จรูป(ซื้อได้ที่สุขุมวิท 12นะคะ จะเป็นซองใหญ่ๆเลย)

- ขิงแก่สับ 1 ชต.

- กระเทียมสับ 20 กลีบใหญ่

- ต้นหอม หั่นเป็นท่อน ๆ 5 ต้น หรือมากกว่านั้นแล้วแต่ค้า


วิธีทำ

1)นำผักกาดขาวล้างให้สะอาดผ่าครึ่งหั่นตามแนวยาวหยาบ ๆ

คลุกเคล้าผักกาดกับเกลือป่น เอาไปตากแดดทิ้งไว้ 1-2 ชม. จนมันยวบแบบเหี่ยวๆนิดๆนะคะ แล้วจึงล้างผักด้วยน้ำสะอาด 1 -2 ครั้ง
ลองชิมดูว่ามีรสเค็มนิดๆพอค่ะ เค็มมากก็ล้างน้ำอีกสักรอบ บีบน้ำออก

2) สำหรับแครอทกับหัวไชเท้า ล้างให้สะอาดปอกเปลือกหั่นตามขวาง แล้วหั่นเป็นเส้นๆ ให้ดูสวยนิดนึง

3) นำเครื่องปรุง (ขิงกับกระเทียม) ไปปั่นให้ละเอียด

4) นำเครื่องปรุงทั้งหมดเทลงในภาชนะผสมที่มีผักกาด หัวไชเท้า แครอท และต้นหอมอยู่แล้ว ใส่ทุกอย่างลงไปรวมกันเลย
พริกกับน้ำตาลทรายด้วย คลุกเคล้าให้ทั่ว

5) นำใส่กล่องปิดฝาพักไว้ 10 ชม. หรือน้อยกว่านั้นถ้าอากาศร้อน (เดี๋ยวกิมจิจะเปรี้ยวไป) แล้วถึงเก็บในตู้เย็น

สูตรนี้เร่งด่วน ทำทานได้เร็วมากเลยค่ะ


รูปประกอบ


Step 1


































Step 2 - 3






















Step 4













Step 5 เสร็จแล้ววว