แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SEO แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SEO แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

75 เคล็ดลับ โปรโมทเว็บ หรือ Blog ให้ดัง


     อ้าวคนไหนที่มีบล็อกกันแล้ว ก็เริ่มหาวิธีทำให้บล็อกตัวเองดังได้แล้วนะ จะได้มีคนเข้ามาดูบล็อกเราเยอะๆวันนี้ไปหาข้อมูล 75 เคล็ดลับ โปรโมทเว็บ หรือ Blog ให้ดัง เอาไปอ่านกันซะแล้วก็ลองทำดูนะคะ
1. ถ้าคุณเพิ่งทำเวบใหม่สดๆเลย ก็เขียนบทความอะไรซักหน่อย แล้วไปส่งที่ Digg.com, Reddit.com, และ Now Public.com
2. สร้าง Yahoo Group เกี่ยวกับเรื่องของเวบเรา
3. สมัคร MySpace แล้วใช้มันช่วยโปรโมท
4. บุ๊คมาร์คเวบเราที่ Del.icio.us และถ้าคุณมีกึ๋นซักหน่อยนะ ก็ใส่ปุ่ม Del.icio.us ไว้ในเวบของคุณด้วย
5. สมัคร Technorati แล้วก็ "claim" Blog ของคุณซะ (อย่าลืมใส่ปุ่ม ไว้ที่เวบ)
6. submit เวบของคุณที่ directories ที่เป็น seach engine friendly แบบฟรีๆ ก็มีเยอะแยะ เช่น Info Vilesilencer
7. ทำแบบสำรวจ นี่เป็นวิธีที่ดีที่จะโปรโมทแบบ offline (มีใครเคยทำมั้ยง่ะ - -a)
8. ไปลงโฆษณาฟรีสำหรับบริษัทของคุณที่ Gumtree
9. ใช้ RSS feeds
10. submit RSS feeds ของเราตาม FeedBurner, Squidoo, Feedboy, Jordomedia, FeedBomb, FeedCat, rssmad, feedirectory, และ Feedboy
11. เขียนบทความที่เกี่ยวกับเวบของคุณ แล้วส่งไปตาม article sites
12. สมัคร StumbleUpon แล้วเรียกเพื่อนๆมาช่วย Stumble
13. สร้างหน้า 404 ของตัวเองไว้ เผื่อว่าคนเข้ามาเจอ error ก็จะ redirect ไปที่อื่นๆที่ดีๆ
14. สร้าง 301 redirect เพื่อจะ redicrect traffic ของคุณจาก non-www มาที่ www ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่
15. ใส่ลิ้งของเวบคุณไว้ใน signature ของเวบบอร์ดที่คุณเป็นสมาชิก
16. บอกเพื่อนๆเกี่ยวกับเวบของคุณ (มันเป็นหารโฆษณาฟรีๆน่ะ)
17. ตรวจคำผิดในเวบของคุณด้วย!
18. เช็คเวบของคุณ browser หลายๆอัน
19. ซื้อโฮสต์ที่ดีพอ ไม่มีใครชอบเวบที่เป็นเต่าคลาน
20. ไม่ต้องกังวลกับ PageRank ไปหาทางโปรโมทดีกว่านะ เดี๋ยว PageRank มันก็ดีตามเอง
21. แจกของฟรี !! คนส่วนมากจะบอกต่อ เมื่อมีของฟรี
22. บอกเพื่อนบ้านของคุณ (- -a)
23. บอกวิธีที่จะติดต่อคุณให้มากที่สุด msn email yahoo skype เบอร์โทร ที่อยู่
24. ลงโฆษณากับ Craigslist มันฟรี และก็ดีใช้ได้
25. อย่าใช้ Frames
26. Submit เวบที่ DMOZ.org มันอาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อย แต่ก็คุ้ม
27. สร้าง Site Map ให้กับเวบของคุณ แล้วส่งให้ Google
28. ทำเสื้อขึ้นสกรีน URL เวบคุณลงไป แล้วก้ใส่มันบ่อยๆด้วย (อืม..คิดได้เนอะ - -")
29. เอาไปให้สาวสวยหุ่นเร้าใจใส่ด้วยซักตัว *-*
30. สมัคร Affiliate program เพื่อขายสินค้าของคุณ หรือว่าถ้าคุณเป็น Publisher ก็โกยเงินกัน!!
31. ในหน้า contact ถามด้วยว่า คุณสนใจจะรับ Newsletter มั้ย
32. ส่ง Newsletter !!
33. เข้าร่วมสัมมนาคนทำเวบ คุณอาจจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆก็ได้
34. หา Blog ดีๆ ดังๆ แล้วก็ไปตอบคอมเม้นไว้ (ใส่ลิ้งเวบคุณด้วยล่ะ)
35. อย่าจ้างคนให้ submit search engines ให้ เสียตังค์เปล่าๆ เพราะอันที่ดังๆมีแค่ Google 50% Yahoo 25% และ MSN 10%
36. ส่งคลิบเข้าพร้อมกับชื่อเวบคุณในคลิบ ที่ YouTube กับ Google Video
37. แจกฟรี e-book แล้วเวบคุณจะเป็นที่ฮือฮา
38. แจก Wordpress Theme, Blogger Theme, หรือ phpLD themes
39. ถ้าคุณขายของที่มีโฆษณาในทีวี เขียนในเวบคุณด้วยว่า "แบบที่เห็นในทีวี"
40. หลีกเลี่ยงเทคโนโลยีที่ไฮโซเกิน เช่น Java หรือ Active x
41. แจกของให้โหลดได้ ระวังลิขสิทธิ์ด้วย
42. เรียนรู้ CSS
43. ตอบคอมเม้น ยิ่งถ้าเป็น Blog ตอบบ่อยๆ
44. ขอให้เวบอื่น หรือ Blogger คนอื่นๆ ช่วย review เวบคุณ หรือว่า สินค้าก็ได้ (แลกกัน review ก็ดี)
45. ใช้ชื่อ page ที่มีความหมาย เช่น www.YoutDomain.com/keyword/keyword ไม่ใช่ www.yourdomain.com/pgInfoPages.cfm?cx=50799399822
46. ถ้าคุณจำเป็นจะต้องมี Flash ที่หน้าแรก อย่าลืมใส่ปุ่ม skip ด้วย
47. บอกหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หรือ วารสารประจำโรงเรียนเกี่ยวกับเวบของคุณ บางทีถ้าเค้าไม่มีเรื่องจะเขียน หน้าของคุณอาจจะไปโผล่ในนั้นก็ได้
48. จงดังในหมู่คนที่เขียนเรื่องเดียวกัน
49. บริจาคเพื่อการกุศล แล้วส่วนมากเค้าจะใส่ลิ้งแบคให้คุณ
50. ปฏิบัติตามกฏของ W3C standards มันจะช่วยให้คุณอยู่รอดได้ในระยะยาว
51. ทีมกีฬาในโรงเรียน หรือในชุมชน ให้โอกาสคุณเป็น sponsors ในราคาถูกและดี
52. โปรโมทเวบตามบอร์ดต่างๆ แต่อย่าสแปม
53. ขอให้ Blogger เขียนเกี่ยวกับเวบของคุณ โดยแลกกับลิ้งแบค
54. จัดการประกวดแข่งขันขึ้นมาในเวบ
55. ใส่ปุ่ม "ส่งต่อให้เพื่อน"
56. มี site map ในเวบของคุณ เพื่อช่วยผู้เข้าชม และsearch engine
57. ตั้งชื่อที่มีคีย์เวิร์ดตรงๆ ทั้งผู้อ่านและ search engine ชอบ
58. ใส่ปุ่ม FeedBurner ในเวบด้วย คนอ่านจะได้สมัครได้ง่ายๆ
59. Adwords เป็นทางเลือกที่ดี ถ้าคุณใช้มันเป็น
60. ใส่ About Me ใน Blog ผู้อ่านจะรู้สึกว่ามี''คน''ที่กำลังสื่อสารกับเค้า
61. สร้างหน้าเวบ แบนเนอ และโลโก้ไว้บนเวบ เพื่อว่าใครจะเอาไปตีพิมพ์ หรือเอาไปแปะในเวบ
62. ใส่ลิ้งมาที่เวบคุณจาก ebay profile
63. ขอให้เพื่อนของคุณช่วยวิจารณ์เวบแบบตรงๆ
64. E-books ที่มี reseller rights เป็นของแจกที่ดีอย่างนึงสำหรับเวบคุณ
65. submit รูปที่ Flikr
66. แชร์ banner ที่ เวบแลกเปลี่ยน banner
67. ตอบอีเมลล์ของลูกค้าให้เร็ว ไม่มีใครชอบรอ 3-4 วันกว่าจะได้รับคำตอบ
68. Keep It Simple Stupid (KISS) ใช้ CSS ในการวาง layout และ html text อย่าลวดลายมาก
69. อย่าใส่รูปเยอะมากจนเกินไป จะทำให้โหลดช้า
70. ถ้าคุณคิดว่าจะ submit เยอะมากๆ สร้างเมลล์อันใหม่มาเพื่อการนี้ แล้วทิ้งมันไปซะเพื่อลดการ สแปม
71. ใส่ Favicon ให้เวบคุณ จะได้โดดเด่นเวลา Bookmark
72. เข้า Yahoo answer แล้วตอบคำถาม พร้อมกับใส่เวบของคุณเปน source
73. อย่าซื้อ traffic มันจะมาแค่วูบเดียว แล้วจากไป
74. ทำความรู้จักกับคนที่อยู่ในวงการเดียวกัน เข้า community เป็นต้น
75. เขียนบทความที่จะมีคนอยากลิ้งค์ถึงมากๆ เช่น บทความนี้ไง แลบลิ้น
 ขอบคุณ sami
โดย service

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แนะนำวิธีการซื้อ Backlink - PR ที่ถูกต้อง ให้คุ้มค่ามากที่สุดและไม่ถูกหลอก

beside:
ก่อนซื้อ Backlink- PR ควรดูอะไรบ้าง  การซื้อ Backlink-PR คุ้มหรือไม่คุ้ม
ก่อนจะซื้อ Backlink ควรดูที่จุดประสงค์ของเราก่อนนะครับ ว่าเราทำเว็บขึ้นมาเพื่ออะไร
ถ้าทำมาไว้เพื่อการค้าขาย, เว็บของบริษัทต่างๆหรือทำ amazon แบบ SEO มันก็คุ้มครับ
ถ้าเป็นเว็บ blog ส่วนตัวอันนี้ไม่คุ้มครับ แนะนำว่า submit ไปเรื่อยๆ
หรือฝากlinkเราไว้กลับลายเซ็นต์ของเว็บบอร์ดต่างๆ อย่างน้อยก็ PR1 แล้วครับ
เช่นของไทยเสียว  แต่ต้องโพสให้ครบ 100 โพสก่อนนะครับและอย่า spam โพสครับ
โพสไปเรื่อยๆ แป๊บเดียวก็ 100 โพสแบบไม่รู้ตัวแล้วครับ
จริงๆ การซื้อ Backlink มันเป็นสายดำนะครับ เป็น SEO > Off-page และ
Linkที่เราจะได้จากการซื้อ Backlink จะเป็นแบบ One-Way Linkครับ
ซึ่งมันเป็นทางลัดที่จะทำให้เว็บไซต์เรามีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นครับ

Backlink คืออะไร
Backlink ก็คือ Link ที่เชื่อมโยงมาหาเว็บไซต์ของเรานั้นเองครับ บางครั้งเรียกว่า Incoming Links หรือ Link Popularity
และถ้าได้ link ที่มีคุณภาพด้วยก็ยิ่งดี  แต่บางคนบอกขอเยอะๆไว้ก่อน กันเหนียว เยอะๆ แน่นๆ นุ่มๆ เนียนๆ ขาวๆ (แอบนอกเรื่องนิดหนึ่ง)

PR คือ อะไร
PR ย่อมาจาก Google Pagerank ส่วนใหญ่คนในวงการอย่างพวกเรา (SEO) จะเรียกสั้นว่า PR
Google Pagerank คือ ค่าลำดับคะแนนที่ Google ประเมินให้กับคุณภาพของเนื้อหาในแต่ละหน้าของเว็บไซต์
ซึ่งในแต่ละหน้าจะได้ค่า PR ไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่หน้าแรกจะได้ค่า PR เยอะที่สุดครับ
ค่าของ PR(PageRank) จะเริ่มจาก n/a แล้วจากนั้นจะเป็น  0-10 ค่าตัวเลขยิ่งสูงยิ่งดีครับ แต่สูงสุดแค่ 10 นะครับ 11 ไม่มี
ในทางกลับกันถ้าเว็บถูก de-index จากเว็บไซต์ที่มี 10 อาจจะกลายเป็น n/a ได้ ซึ่งเว็บผมก็เป็นอยู่ในขนาดนี้ครับ รอคุณก้องอยู่
ตอนนี้กำลังพัฒนา V.2 อยู่หวังว่าคงเสร็จในเร็วๆนี้นะครับ :-[   และเช่นเดียวกับเว็บที่สร้างขึ้นมาใหม่ ถ้าเราตรวจสอบจาก Seoquake
ค่า PR จะเป็น  n/a ซึ่งย่อมาจาก No PageRank Information Available คือยังไม่มีค่า Google Pagerank ครับ ต้องรอให้ Google
ปรับ ให้เป็น 0 ก่อน ค่า PR มันขึ้นๆลงๆครับ โดยเฉลี่ยแล้ว Googleจะปรับค่า PR ทุกๆ 3 เดือนหรือมากกว่าในบางปีครับ (เคยมี 7 เดือนครั้งหนึ่ง)


เราจะได้อะไรจากการซื้อ Backlink บ้าง

Bot,Traffic, PR, Backlink และรู้จักเจ้าของเว็บไซต์ที่เราซื้อ Backlink  ครัับ
(พอรู้จักแล้ว ก็โทรชวนไปเลี้ยงเหล้า เราก็จะได้ Backlink ฟรี การกินเหล้าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เด็กๆควรใช้วิจารณญาน :wanwan008:)


ก่อนซื้อ Backlink เราควรต้องดูอะไรบ้างและเราควรทำอะไรก่อนซื้อ

1. หา Add-Ons มาติดที่ Browser เราก่อน  เพื่อตรวจสอบดูเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink ครับ
Add-Ons คืออะไร แล้ว Add-Ons Download ได้จากที่ไหนบ้าง
Add-Ons คือ โปรแกรมที่ใช้เสริมเื่พื่อเพิ่มความสามารถของ Browser ครับ
ก็คล้าย Plug-in ตัวหนึ่งของ Browser นั้นเอง

สามารถ Download ได้จากที่ไหนบ้าง

Browser  Firefox ใช้ Add-ons firefox seo extension (Seoquake) (ผมว่าดีที่สุดในตอนนี้ครับ)

Download: https://addons.mozilla.org/en-.../addon/3036/?src=oftenusedwith

Browser Google Chrome Chrome SEO (กำลังปรับปรุงอยู่)
หรือใช้คู่กับ SEO Extension (Seoquake) for Chrome ก็ได้ครับ ใช้ได้ดีเหมือนกัน

Download: https://chrome.google.com/exte...ngcciaeihlfmhppegpdceadpfaoclj

Browser IE ใช้ Add-ons  ใช้ ie.seoquake (ยังไม่สมบูรณ์ครับ)

Download: http://ie.seoquake.com/

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว อ่านข้อต่อไปครับ ^^

2. ตรวจสอบเว็บไซต์ของเราว่าติด index หรือยัง ถ้าเริ่มติดแล้วค่อยซื้อครับ
ถ้าเว็บเรายังไม่ติด Index ของ Google ผมแนะให้ไป submit เว็บพวก Digg(Pligg)ที่มี PRสูง เช่น digg.com,
Reddit.com  หรือของเพื่อนๆในบอร์ดไทยเสียวก็ได้ครับ  1-2 วันก็น่าจะมี index แล้วครับ แต่ถ้าใครต้องการเรื่อง PR
อย่างเดี๋ยวควรรอให้ Google ปรับค่า PR จาก n/a เป็น 0 ก่อนครับ  ถ้า Google ปรับอีกครั้งเว็บไซต์เราจะได้ PR
อย่างน้อยก็ PR1 ครับ ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่เราซื้อ Backlink ด้วยครับ ว่าค่า PR สูงแค่ไหน และเราซื้อไปกี่เว็บไซต์

3. ควรตรวจสอบเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink ว่ามี PR และ Ranking เท่าไร
ควรจะ เป็นเว็บไซต์ที่มีค่า PR มากกว่าเว็บของเราครับ เช่น เว็บเรา PR1 ควรจะซื้อจากเว็บไซต์ที่มี PR2-3 ขึ้นไป
แต่ถ้าจะให้ได้ PRที่สูงกว่าปัจจุบัน ควรซื้อ PR ที่สูงกว่า 2 Step เช่น เว็บเรา PR1 ต้องการ PR2-3 ในอนาคต
ควรเลือกซื้อ PR4 อย่างน้อย 2 เว็บ หรือ PR5 1เว็บ เพราะเว็บไซต์ที่มี PRสูงมากๆ เพียง1เว็บก็สามารถทำให้อันดับ
PR เราสูงขึ้นได้ อาจจะดีกว่าได้จากเว็บ PR1  100เว็บด้วยซ้ำไป และ Submit เว็บอื่นๆไปด้วยนะครับ
การ submit ควร submit เว็บ Dofollow จะดีที่สุดครับ แต่ nofollowก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ได้ Traffic กลับมาให้เว็บเราครับ
พยายาม Submit เว็บที่ dofollow ให้หมดก่อน ในบอร์ดแจกไว้เป็นพันเว็บ ผมว่าปีหนึ่งก็ submit กันไม่หมดครับ
ในความคิดของผม สิ่งที่สำคัญมากกว่า PRก็คือ Traffic นะครับ ยิ่งเว็บไซต์เราเป็นที่รู้จักเยอะ คนเข้าเยอะๆ โอกาสที่เราจะทำกำไร
จากเว็บไซต์เราก็มีหลายทางครับ ส่วน PR นั้นก็เหมือนหน้าตาครับ ทำให้เว็บไซต์เราดูดีมาชาติตระกูล แต่ถ้า traffic เยอะๆ
เดี๋ยว PR มันก็จะตามมาเองครับ อาจจะช้าหน่อยเท่านั้นเอง ถ้าไม่อยากเสียเงินซื้อ ก็ไปขอแลก link กับเว็บไซต์อื่นๆที่มี
PRสูงกว่าเราก็ได้ครับ(ถ้าเขาให้แลกนะครับ) :wanwan019:

และควรตรวจสอบด้วยว่า้เว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink เป็น Fake PageRank หรือเปล่า เพราะ PR สามารถหลอกกันได้
โดยเขียนโปรแกรมหลอกให้ bot เข้าใจผิดครับ หรือสร้าง Graphic ขึ้นมาเอง แล้วเอาไปติดก็มีเยอะครับ

วิธีตรวจสอบ PR ว่าจริงหรือหลอก หรือ Fake PageRank

(1) ไปตรวจสอบที่ Search  Google หรือ Yahoo ก็ได้ครับ
แล้วพิมพ์   link:www. เว็บไซต์ที่เราจะซื้อ .com
เราจะเห็น backlink ของเว็บไซต์นั้นว่ามากแค่ไหน Link ส่วนใหญ่ จะเป็น inbound link
inbound link คืออะไร มันก็คือ  link ธรรมชาติจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงเข้ามายังเว็บไซต์นั้นๆ
โดยค่าของ inbound link จะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับ googleหรือyahoo จะ update ข้อมูลช้าหรือเร็วเท่าไร
จริงๆ google เขาคงมีข้อมูลอยู่แล้วแต่ไม่เปิดเผยให้เรารู้นั้นเอง จนกว่าจะ update ข้อมูลเราจึงจะตรวจสอบได้

(2) ดูว่า inbound link นั้นมากน้อยแค่ไหน ถ้าเว็บ PR สูงๆ ส่วนใหญ่จะต้องมี inbound link เป็นพันๆหมื่นๆแสนๆ
link ขึ้นไป  ตามที่ผมได้ตรวจ PR4-5 จะมี inbound link อย่างน้อยสุดก็ต้องหลักพัน ขึ้นไป แต่ถ้าตรวจสอบพบ 10-20 links
ก็น่าสงสัยไว้ก่อน ว่า Fake PagePank  หรืออาจจะได้ link จากเว็บไซต์ที่มี PR สูงๆก็ได้ อยากรู้ใช่ไหม ก็กดเข้าไปดูเว็บไซต์นั้นเลย
จะได้รู้ว่าเป็นเว็บอะไร มีค่า PR เท่าไร อาจจะได้ link จาก Google.com เป็นกองหนุนก็ได้ แค่เว็บเดียวก็เสียวแล้ว

(3)เว็บไซต์ที่ใช้ตรวจสอบ PR แบบลึกขึ้นหน่อย ว่า PR Fake หรือไม่ นอกเหนือจาก seoquake
www.checkpagerank.net  (แนะนำอันนี้ครับ ง่ายสุด)
www.livepr.raketforskning.com

4. ตรวจสอบเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink ครับว่า Keywords และเนื้อหาตรงกับเว็บเราหรือเปล่า
พยายาม หาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์เรามากที่สุด อย่างน้อยต้องมี Keywords ตรงกับเว็บไซต์เราบ้างครับ
เช่น เราทำเว็บท่องเที่ยว เราก็ควรจะซื้อเว็บที่เกี่ยวข้องกับท่องเที่ยว
ไม่ใช่ไปซื้อ จากเว็บ 18+  มันก็คงไม่เข้ากันใช่ไหมครับ


5. ดู อายุของเว็บไซต์หรืออายุของ Domain ยิ่งเว็บไซต์ที่มีอายุเยอะๆยิ่งดีครับ
(เหมือน มะพร้าวยิ่งแก่ยิ่งมัน แต่ผมชอบอะไรที่มันอ่อนๆมากกว่าครับ นุ่มนิ่ม น่ารักสดใส นอกเรื่องสะแล้ว)
เข้าเรื่องต่อ Google Algorithm ชอบนัก Domain เก่าๆ อาจจะเป็นเพราะอยู่มานานข้อมูลน่าจะเยอะ ดูน่าเชื่อถือ
กว่า Domain ที่พึ่งเกิดใหม่  ผมมีอยู่ domain หนึ่ง พึ่งซื้อมาแต่อายุมันต้องแต่ปี 2001  เว็บ index เร็วๆมาก
ยังไม่ได้ทำอะไรมากเลย PR1 แล้ว ส่วนไอ้เว็บไซต์ที่เรานั่งปั้นทั้งวันทั้งคืน ยังสู้ไม่ได้เลย

6. ดูที่ Index ของเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink ครับ ว่ามีมากน้อยแค่ไหน ยิ่ง Index หน้านั้นเยอะๆ
ยิ่งดีครับ ไม่ว่าจะเป็น Index ของ Google หรือ Yahoo แสดงว่าเว็บนั้นมีข้อมูลเยอะซึ่งจะเป็นผลดีต่อเรา
ในเรื่อง Keywords ด้วย เพราะโอกาสที่จะมี keyword ตรงกับเว็บเราเยอะตามไปด้วย
แต่ถ้าจะให้ดีใช้  Seoquake กดดูที่ Dendity เพื่อดู Keywords ของหน้าเว็บไซต์นั้นว่ามีอะไรบ้างครับ

นอกจากนั้น ยังใช้ Seoquake ตรวจสอบดูว่าเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ backlink ว่าติดindexจาก dmoz.com
ด้วยหรือเปล่า ถ้ามีแสดงถึงเว็บไซต์นั้นผ่านการตรวจสอบมาแล้วในระดับหนึ่่ง ถือว่าเป็นของแถม ซึ่งทำให้เว็บนั้นน่าเชื่อถือ
ขึ้นมาทันตา เหมือนเว็บ Thaiseoboard ก็ติดindexจาก dmoz ด้วยเช่นกัน

7. ดูข้อตกลงกับผู้ขาย Backlink ว่าจะติดเว็บไซต์ของเราไว้ที่ไหน
ถ้านำเว็บเราไปติดที่ Footer  เราก็จะได้  link กลับมาทุกหน้าครับ
ยกเว้น เขา block ไว้ ขึ้นอยู่กับว่าตอนแรกที่เราซื้อได้ตกลงไว้กับผู้ขายอย่างไรบ้าง
เว็บไซต์ที่ใช้สำหรับการตรวจสอบ Backlink ครับ  http://www.backlinkwatch.com
ควรรอให้เขาติดไปก่อนสัก 2-7 วัน ค่อยเข้าไปตรวจสอบครับ ว่าเราได้ link จากเว็บที่เราซื้อ backlinkหรือเปล่า
เว็บไซต์ที่ใช้ตรวจสอบ Backlink จะบอกชื่อเว็บไซต์ที่ส่ง link มาให้เว็บไซต์เราครับ

8. ควรตรวจสอบ IP ของเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink ก่อน
เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งเลยที่เดียว เพราะ google algorithm จะให้ความสำคัญเว็บไซต์
เว็บไซต์ที่มี IP ต่างจากเว็บไซต์ของเรา ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆครับ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของ Protocol
ยากไป เอาเป็น TCP/P ยังยาก เดี๋ยวไม่เข้าใจ เอาง่ายๆครับ
Ex.  เว็บเรามี  ip  223.255.78.9  ควรจะซื้อ Backlink จาก ip  ที่ตัวเลข 2 ตัวหลังต่างจากเว็บไซต์ของเรา
223.255.xx.xxx   คือ xx.xxx ไม่ให้ตัวเลข 2 ชุดหลังนี้เหมือน ip ของเราหรือตัวเลขชุดไหนก็ได้ครับ 2 ชุด
ไม่ให้เหมือนกัน Ex. xxx.xxx.78.12, xxx.9.xxx.15, 61.xxx.81.xx เป็นต้นครับ หวังว่าคงเข้าใจโดยทั่วกัน
แล้วเราจะรู้ ได้ยังไงว่า เว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink มี  IP อะไร ก็ใช้เครื่องมือเจ้าเก่าครับ Seoquake
มันจะ show ip ทุกเว็บที่เราเปิด ยกเว้นเว็บใหญ่ๆ บางเว็บครับ

9. ควรซื้อ Backlink จากคนที่น่าเชื่อถือหรือจากแหล่งที่น่าเชื่อถือครับ
แนะนำที่ไทยเสียวนี้แหละครับ ถูกๆ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ กันทั้งนั้นครับ แต่ต้องทำตามกฎการซื้อขายด้วยนะครับ
กฏการซื้อขายของเว็บไทยเสียวก็เพื่อประโยชน์ของเพื่อนๆนั้นเองและเพื่อป้องกันการหลอกลวง จากผู้ไม่หวังดีด้วยครับ
ถ้าจะซื้อจากต่างประเทศก็ได้ครับ แต่จะไว้ใจได้กากา ถ้าเกิดอะไรขึ้นเราจะติดต่อเขาได้ยังไง นั่งเครื่องบิน
ไปก็ไม่คุ้มแล้ว แล้วก็ไม่รู้ใครเป็นใครด้วย ในโลกอินเตอร์เน็ตอย่าไว้ใจใครให้มาก
เห็น Avator คุณโซวไหม ดูโหดๆ จริงๆอาจใจดี รูปหล่อ หุ่นนายแบบก็ได้ใครจะรู้  :wanwan019:

ผมขอทำไว้แค่9 ข้อนะครับ เป็นเลขมงคลของคนไทย
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านครับ ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป สามารถคัดลอกบทความนี้
ไปไว้ในเว็บไซต์ของท่านได้ครับ แล้วส่ง Link กลับมายังเว็บ Thaiseoboard ของพวกเราด้วยก็ดีครับ

ถ้าบทความนี้ถูกใจ Thanks เยอะๆหน่อยนะครับ
จะได้มีกำลังใจเขียนบทความดีๆมาให้อ่านอีกครับ 
โดย beside สมาชิก ไทยเสียว
โดย service

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

aStore กับ Search Engine


หากจะพูดถึงการโปรโมทสินค้าหรือเวปไซต์ทาง internet ละก็ แน่นอนเพื่อนๆจะต้องทำความรู้จักกับ Search Engine ทั้งหลาย และลูกพี่ใหญ่ของวงการ search engine 3 อันดับแรกที่หลายๆคนน่าจะรู้จักและครองตลาดมาทุกวันนี้ก็คือ google yahoo และ microsolf หรือ bing นั่นเอง
ลองคิดดูครับว่าหากเพื่อนๆทำร้าน aStore เกี่ยวกับ LCD TV แล้วมีคนต้องการสั่งซื้อ TV ทาง internet โดยพิมพ์คำว่า LCD TV ที่ search engine แล้วชื่อร้าน aStore ของเราก็โผล่ขึ้นมาให้เขาเข้าไปสั่งซื้อ โดยราคาขาย LCD TV ตกเครื่องละประมาณ 1,000 USD เราจะได้ค่าคอม 4% ต่อเครื่องคิดเป็นเงิน 40 USD ทันทีโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยแต่หากเราขายได้ 6 เครื่องขึ้นไปค่าคอมต่อเครื่องเราจะกลายเป็น 8.5% คือ 85 USD ทันที คิดง่ายๆต่อเดือนเราขายได้ซัก 20-30 เครื่องก็สบายแล้วครับ แต่ชีวิตจริงมันไม่ง่ายอย่างนั้นครับเพราะเพื่อนๆอย่าลืมว่าในธุรกิจนี้มีคน ที่ทำอยู่มากมายและการที่ aStore เราจะไปเสนอหน้าอยู่ที่หน้าแรกของผลการค้นหามันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความ พยายามและอดทนอย่างมาก แต่สุดท้ายมันจะคุ้มครับเพราะเราไม่ต้องทำอะไรเลยแค่ปล่อยให้ร้านมันหาเงิน ให้เรา
การโปรโมทร้าน aStore ของเรามีวิธีให้เพื่อนๆเลือกอยู่ 2 ทาง ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสียในตัวของมันเอง ขึ้นอยู่กับเพื่อนๆจะเลื่อกและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งวิธีแรกเราจะรู้จักกันในชื่อว่า SEO หรือ search engine optimize คือการทำให้เวปเราไปติดอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหา หรือ อีกวิธีคือ PPC หรือ pay per click คือการจ่ายเงินให้กับ search engine เพื่อให้เวปเราไปติดอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหา เห็นอย่างนี้เพื่อนๆหลายคนคงคิดว่า SEO น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีเพราะไม่ต้องจ่ายเงิน และแน่นอนครับ SEO ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความอดทนนั่นเอง เรามาดูข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธีพอคร่าวๆเพื่อช่วยในการตัดสินใจทำโฆษณา ของเรากันครับ
SEO
ข้อดี:
1.ไม่ มีค่าใช้จ่าย
2.เมื่อสำเร็จแล้วจะได้ผลการขายระยะยาวจาก search engine
ข้อ เสีย:
1.มีขั้นตอนการทำที่ลึกซึ้งและต้องอาศัยความขยันมากๆซึ่งผมจะพูดใน บทถัดไปเพราะมีรายละเอียดเยอะมากครับ
2.เราไม่สามารถวัดผลโฆษณาของเราได้ ขณะที่ทำ SEO เพราะช่วงแรกจะไม่มีการสั่งซื้อสินค้าของเราแน่นอนทำให้บาง คนเบื่อและล้มเลิกความตั้งใจไป
PPC
ข้อ ดี:
1.สำหรับคนใจร้อนเพราะสามารถแสดงร้านเราได้โดยทันที
2.สามารถวัด ค่าใช้จ่ายต้นทุนการทำ PPC กับกำไรที่ได้ว่าคุ้มที่จะลงทุนไหม
3.สามารถ ควบคุมค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงได้
ข้อเสีย:
1.มีความเสี่ยงเพราะไม่ รู้ว่าคนที่เข้ามาที่ร้านเราจะซื้อสินค้าไหม หากไม่ซื้อเราก็จะเสียค่า PPC ไปฟรีๆ
2.ต้องมีเงินทุนพอสมควรเพราะช่างแรกๆเราจะเสียเงินไปกับการลองผิด ลองถูก
เอาละครับคราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของเพื่อนๆแล้วครับว่าใครจะเลือกเดินสาย ไหน แต่ใครจะใช้ทั้งสองวิธีเลยก็ไม่ว่ากันครับ วันต่อไปผมจะมาพูดขั้นตอน PPC และการสมัครใช้ PPC กับ search engine ครับผม
ที่มาของบทความ  richbymyhand.com
by service

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โปรโมทร้าน aStore ฟรีๆด้วย SEO


หลังจากที่พูดถึงการทำ PPC ไปแล้ว วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ SEO หรือ Search Engine Optimum กันครับ หากใครจำได้ผมเคยพูดไว้ว่าการทำ SEO เป็นการโปรโมทร้าน aStore แบบฟรีๆก็จริงแต่มันต้องใช้ความพยายามและความตั้งใจอย่างที่สุดถึงจะเห็นผล วิธีการนี้เหมาะสำหรับคนใจเย็นๆที่ต้องการทำมาหากินในระยะยาวเพราะเมื่อ สำเร็จแล้วเราก็นอนรอรับตังได้เลยครับ การทำ SEO คือการทำอันดับให้ร้านของเราไปอยู่หน้าแรกของผลการค้นหาใน keyword ทีเราต้องการนั่นคือหากเราต้องการขาย iphone เราต้องให้ร้านของเราไปโชว์อยู่ที่หน้าแรกของผลการค้นหา iphone ใช่ไหมครับ เพื่อให้มีคนเข้ามาชมที่ร้านเราเยอะๆและสร้างโอกาสในการขาย ต่อไปผมจะพูดถึงจำนวนคนเข้ามาที่ร้านเราว่า traffic นะครับ
การที่เราจะทำให้ร้านเราไปติดในอันดับต้นๆของผลการค้นหานั้น แน่นอนว่าร้านของเราจะต้องเป็นร้านที่มีคุณภาพนั่นก็คือมีคะแนน ranking page จาก search engine สูงๆนั่นเอง ทีนี้ search engine จะรู้ได้ไงละว่าร้านของเรามีคุณภาพ จากประสบการณ์ของผม search engine จะส่งโปรแกรมออกมาตัวหนึ่งท่องไปในโลกของ website ซึ่งเราเรียกว่า bot ซึ่งเจ้า bot ตัวนี้จะเข้าไปรวบรวมข้อมูลใน site นั้นเพื่อประมวลผลว่าเป็น site ที่พูดเกี่ยวกับอะไรจากคำที่ใช้บ่อยๆใน site นั้นๆ แน่นอนว่าหากร้านเราขาย iphone เราย่อมไม่พูดถึง nokia ใน site เรามากกว่า iphone จริงไหมครับ และ bot ส่งผลกลับไปยัง search engine เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลและประมวลผลจัดอันดับ หลักๆแล้วเจ้า bot จะไปท่องเที่ยวตาม web ต่างๆทุกวันซึ่งนานๆทีจะกลับมาเยี่ยมเยียน web เราซักครั้งนึงทำให้ข้อมูลร้าน aStore ของเรามีน้อยในฐานข้อมูลของ search engine ซึ่งวิธีการที่จะทำให้ bot เข้ามาเยี่ยมเยียนร้านของเราบ่อยๆ คือ เราต้องเอา link URL ของร้านเราไปใส่ไว้ที่ website อื่นที่เกี่ยวข้องกับร้านเราหลายๆที่เพื่อ สร้างสะพานให้ bot ไต่เข้ามาที่ร้านเราผ่านทาง link เมื่อ bot ไปเยี่ยม website ที่เราไปฝาก link ไว้ ยิ่งเราไปฝาก link ไว้หลาย website ก็ยิ่งเป็นการเปิดช่องทางให้ bot มาที่ร้านเรามากขึ้นจนส่งผลให้ search engine มีข้อมูลร้านเรามากขึ้นทำให้ร้านเรามีอันดับที่ดีขึ้นไปในตัว แต่อย่าลืมครับว่าไม่มีใครอยากให้ website ของตัวเองมี link มากมายเต็มไปหมดเพราะมันจะส่งผลสียกับอันดับของ website ของเขา หรือเรียกว่าเราไป spam เขานั่นเองเพราะ ฉะนั้นการใส่ link จะต้องทำไปเรื่อยๆใช้ความพยายาม ยิ่งถ้าร้านเรามี link จาก website ที่มี page rank สูงๆก็ยิ่งส่งผลดีกับอันดับของร้านเราไปในตัวด้วย หรือที่เราเรียกกันว่า back up link นั่นเอง และทุกวันนี้มีการซื้อขาย back up link กันมากมายในโลก internet เลยละครับ อีกวิธีคือเราต้องคอยไป submit ร้านเรากับ web directory หรือ web digg ต่างๆเพื่อให้ร้านเราเข้าไปอยู่ในระบบการค้นหา โดยถ้าจะเปรียบ web directory ก็คือ สมุดหน้าเหลืองสำหรับ website นั่นเอง ซึ่งที่เพื่อนๆจะต้องบอกรายละเอียดของ web หรือ ร้านเราว่าเกี่ยวกับอะไรและจัดอยู่ในหมวดหมู่อะไร เพราะ search engine จะใช้ฐานข้อมูลนี้ในการตรวจสอบจัดอันดับเหมือนกัน เราสามารถหา web directory หรือ web digg ได้ด้วยการ search ใน search engine แล้วตาม submit ให้หมดทุกที่ สุดท้ายคือ ปริมาณของ traffic ที่เข้ามาเยี่ยมชมร้านของเราครับ ยิ่งมีคนเข้าร้านเรามากเท่าไรแสดงว่าร้านเราเป็นร้านที่มีคุณภาพและน่าเชื่อ ถือ โดยวิธีการโปรโมทก็ทำได้หลายวิธีเช่น forward mail หรือ ประกาศต่างๆ แต่อย่า forward mail ไปทั่วนะครับเพราะเขาจะเรียกว่าการ spam mail ทำให้คนได้รับ mail เรา รำคาญได้ แน้นเฉพาะกลุ่มที่สนใจร้านของเราจริงๆ ทั้งหมดนี้ฟังดูยากนะครับแต่ควมจริงมันไม่ยากเลยถ้าเพื่อนๆมีความขยันและ ตั้งใจจริง อาจจะต้องใช้ความอดทนเป็นเดือนหรือเป็นปีจึงจะเห็นผล แต่สุดท้ายขอบอกครับว่ามันคุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน ขอให้ทุกคนรวยๆครับ
ที่มาของบทความ  richbymyhand.com by service

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

PR คือ

1. Google PageRank คืออะไร ?

Google PageRank คือวิธีการวัดความสำคัญของเว็บเพจนับล้านๆเว็บเพจบนอินเตอร์เน็ท โดยมีตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 10 ยิ่งตัวเลขยิ่งสูง PageRank ก็ยิ่งสูง นั่นหมายความว่าเว็บไซต์นั้นๆมีโอกาสได้รับการจัดอันดับที่ดีกว่าเว็บไซ ต์ที่มี PageRank ต่ำกว่า

โดยเราสามารถทราบค่า PR ของเว็บไซต์เราได้ โดยหา download toolbar มาติดตั้งเอา :lol:
** หัวใจ ของ Page Rank คือ แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ ให้มาก และถ้าเป็นเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บเรา และ เป็นเว็บที่มีค่า PR สูง ยิ่งทำให้เว็บไซต์เรามีค่า PR สูงขึ้นด้วย
2. ค่า PR นั่นแสดงค่าทุกๆหน้าของเว็บไซต์เราใช่หรือไม่ ?

ค่า PR ของแต่ละเว็บเพจ ในเว็บไซต์หนึ่งๆ นั้นจะมีค่าแตกต่างกันไป ทั้งนี้ โดยมากโฮมเพจ มักมีค่า PR สูงกว่าหน้าอื่นๆ แต่ก็ไม่เสมอไป

3. Google คำนวณค่า PR อย่างไร ?

ค่า PR ถูกคำนวณ โดยจำนวนลิงก์ของเว็บไซต์อื่นๆ ที่เชื่อมลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ (Inbound Link) ทั้งนี้คำนึงถึงคุณภาพ (คุณภาพของลิงก์หมายถึง เว็บเพจที่ลิงก์มาหาคุณมีความเกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาใน เว็บไซต์ของคุณ ) และค่า PR ของเว็บไซต์ที่ลิงก์มายังเว็บไซต์คุณด้วย ยิ่งเว็บไซต์ที่ลิงก์มาหาคุณมี PR สูงๆ ค่า PR ของเว็บคุณก็มีแนวโน้มที่จะสูงตามไปด้วย ค่า PageRank นั้นใช้วิธีการเดียวกับระบบการโหวต หนึ่งลิงก์ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณ ยิ่งมีค่า PR สูงเท่าใด Google ยิ่งเห็นความสำคัญของเว็บเพจนั้นๆมากยิ่งขึ้น และหากมีลิงก์มาจำนวนมากลิงก์มายังเว็บไซต์คุณ ค่า PR เว็บคุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

4. ทำอย่างไรถึงจะได้ค่า PR เพิ่มขึ้น ?

ค่า PR นั้นจะเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละขั้นจาก 1 ไป 2 , จาก 2 ไป 3,... , จาก 9 ไป 10 นั้น มีกฏเกณฑ์ที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน แต่ไม่ได้เป็นลักษณะเช่น คุณมีเว็บที่เชื่อมโยงลิงก์มาหาเว็บไซต์ คุณจาก 50 inbound link เป็น 100 inbound link (เพิ่มขึ้น 50 หน่วย) เว็บเพจนั้นๆอาจมีค่า PR เพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น PR 3 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ค่า PR 3 จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น PR 4 โดย ที่คุณมี inbound link เพิ่มจาก 100 เป็น 150 (เพิ่มขึ้น 50 หน่วย) เสมอไป อาจต้องมี inbound link เพิ่มขึ้นถึง 200 หน่วย ค่า PR ถึงจะเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นในค่า PR ในแต่ละขั้นนั้น เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความรู้ ความพยายามเป็นอย่างมาก

5. การเพิ่มหน้าเว็บเพจที่มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ส่งผลให้ค่า PR เพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

คำ ตอบคือไม่ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วคือ หากคุณสามารถทำให้มีเว็บลิงก์มายังเว็บคุณได้มากขึ้นเท่าไหร่ PR ของเว็บคุณก็จะสูงมากขึ้นตามลำดับ แต่ทั้งนี้หากคุณนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ในเว็บเพจนั้นๆ นั่นหมายความว่า คุณอาจได้รับการขอแลกลิงก์จากเว็บมาสเตอร์คนอื่นๆมายังเว็บไซต์คุณก็เป็นได้ ซึ่งเท่ากับเพิ่มจำนวนลิงก์ให้มากขึ้นในที่สุด

6. เนื้อหาของเว็บเพจที่ลิงก์มายังเว็บไซต์คุณ มีผลอย่างไรต่อค่า PR ?

หาก เว็บเพจที่เชื่อมโยงลิงก์มายังเว็บคุณ มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับเว็บไซต์คุณมากเท่าใด Google จะพิจารณาให้ค่า PR ของเว็บคุณสูงยิ่งขึ้น

7. หากเว็บเพจที่เชื่อมโยงลิงก์มายังเว็บไซต์เรามี ค่า PR ต่ำ จะส่งผลกระทบต่อค่า PR ของเว็บไซต์เราหรือไม่ ?

การ ที่มีเว็บเพจเชื่อมโยงมาหาเว็บคุณจำนวนมากขึ้นนั้น โดยที่เว็บเพจนั้นๆมีค่า PR ระหว่าง 0-3 จะไม่ส่งผลกระทบต่อค่า PR ของเว็บคุณในทันที แต่เหมือนกับสะสมคะแนนไปเรื่อยๆ อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว ยิ่งเว็บเพจที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์คุณมีเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ กับเว็บไซต์คุณมากเท่าใด ยังส่งผลดีมากกว่า เว็บเพจที่มีเนื้อหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์คุณเลยแต่มีค่า PR สูง และเชื่อมโยงลิงก์มาหาเว็บคุณ อย่าลืมว่า PageRank เป็นแค่ปัจจัยหนึ่งในการจัดลำดับความสำคัญของเว็บเพจหนึ่งๆเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกด้วย

8. เว็บที่มีค่า PR ต่ำๆ จะทำให้ค่า PR ของเว็บไซต์เรา ลดลงหรือไม่ ?

คำ ตอบคือ ไม่อย่างแน่นอน การแลกลิงก์กับเว็บไซต์ที่มีค่า PR ต่ำ (อาจเป็นเว็บที่เพิ่งเปิดตัว เป็นต้น) แต่มีเนื้อหาที่เกี่ยวพันกับเว็บไซต์คุณอาจทำให้ PR ของเว็บไซต์ของทั้งสองแห่งเพิ่มขึ้นพร้อมๆกันก็เป็นไปได้ แต่อย่าเข้าร่วมกับโปรแกรมแลกเปลี่ยนลิงก์ใดๆที่เป็นการโกงเสิร์ชเอนจิ้น ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์คุณถูกถอนออกจากฐานข้อมูลของเสิร์ชเอนจิ้นในทีสุด

9. ค่า PR เราตกลงได้หรือไม่ ?

ค่า PageRank สามารถลดลงได้ หากเว็บไซต์คุณมีจำนวนลิงก์ที่เชื่อมโยงมาหาเว็บไซต์คุณน้อยลง ซึ่งบางครั้งอาจเกิดขึ้นจากเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงมาหาคุณมีค่า PR ลดลงก็เป็นได้
by service

de-index คือ

de-index คืออาการที่ search engine ไม่ยอมแสดงหน้าเว็บของเราบางหน้า เช่น ปกติเว็บผมมีหน้าที่อยู่ใน search engine อยู่ 100 หน้า แต่วันนึงผมกลับไปเช็ค ปรากฏว่าเหลืออยู่ 80 หน้า นั่นหมายถึงว่าเว็บผมโดน de-index ไป 20 หน้า

หากหายเกลี้ยงเลยนี่คือโดนแบน(ใช่เป่าว้าา)

มีสาเหตุมาจากหลายสาเหตุ เช่น หน้าเว็บไปซ้ำกับเว้บอื่น (duplicate) หรือ อื่นๆ(นึกไม่ออก อ้าวว)

วิธี เรียกหน้าที่โดน index กลับคืนมา คือให้หาลิ้งค์เพิ่มเข้ามาที่หน้านั้นอีก เพื่อช่วยเพิ่มความสำคัญให้หน้านั้น แล้วมันจะกลับมาใหม่
สำหรับเว็บที่โดนแบน ให้ทำใจ (อ้าวว อันที่จริงผมไม่รู้น่ะ)

ของผมบางทีมันรวนๆ เด่วหายเกลี้ยง เด่วกลับมาใหม่ บางทีเยอะเกินจริง มึน ตามมันไม่ทัน
thank ball6847

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แนะนำวิธีการซื้อ Backlink – PR ที่ถูกต้อง ให้คุ้มค่ามากที่สุดและไม่ถูกหลอก

ก่อนซื้อ Backlink- PR ควรดูอะไรบ้าง  การซื้อ Backlink-PR คุ้มหรือไม่คุ้ม
ก่อนจะซื้อ Backlink ควรดูที่จุดประสงค์ของเราก่อนนะครับ ว่าเราทำเว็บขึ้นมาเพื่ออะไร
ถ้าทำมาไว้เพื่อการค้าขาย, เว็บของบริษัทต่างๆหรือทำ amazon แบบ SEO มันก็คุ้มครับ
ถ้าเป็นเว็บ blog ส่วนตัวอันนี้ไม่คุ้มครับ แนะนำว่า submit ไปเรื่อยๆ
จริงๆ การซื้อ Backlink มันเป็นสายดำนะครับ เป็น SEO > Off-page และ
Linkที่เราจะได้จากการซื้อ Backlink จะเป็นแบบ One-Way Link ครับ
ซึ่งมันเป็นทางลัดที่จะทำให้เว็บไซต์เรามี ความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นครับ
Backlink คืออะไร
Backlink ก็คือ Link ที่เชื่อมโยงมาหาเว็บไซต์ของเรานั้นเองครับ บางครั้งเรียกว่า Incoming Links หรือ Link Popularity
และถ้าได้ link ที่มีคุณภาพด้วยก็ยิ่งดี  แต่บางคนบอกขอเยอะๆไว้ก่อน กันเหนียว เยอะๆ แน่นๆ นุ่มๆ เนียนๆ ขาวๆ (แอบนอกเรื่องนิดหนึ่ง)
PR คือ อะไร
PR ย่อมาจาก Google Pagerank ส่วนใหญ่คนในวงการอย่างพวกเรา (SEO) จะเรียกสั้นว่า PR
Google Pagerank คือ ค่าลำดับคะแนนที่ Google ประเมินให้กับคุณภาพของเนื้อหาในแต่ละหน้าของเว็บไซต์
ซึ่งในแต่ละหน้าจะ ได้ค่า PR ไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่หน้าแรกจะได้ค่า PR เยอะที่สุดครับ
ค่าของ PR(PageRank) จะเริ่มจาก n/a แล้วจากนั้นจะเป็น  0-10 ค่าตัวเลขยิ่งสูงยิ่งดีครับ แต่สูงสุดแค่ 10 นะครับ 11 ไม่มี
ในทางกลับ กันถ้าเว็บถูก de-index จากเว็บไซต์ที่มี 10 อาจจะกลายเป็น n/a ได้ ซึ่งเว็บผมก็เป็นอยู่ในขนาดนี้ครับ รอคุณก้องอยู่
ตอนนี้กำลังพัฒนา V.2 อยู่หวังว่าคงเสร็จในเร็วๆนี้นะครับ  และเช่นเดียวกับเว็บที่สร้างขึ้นมาใหม่ ถ้าเราตรวจสอบจาก Seoquake
ค่า PR จะเป็น  n/a ซึ่งย่อมาจาก No PageRank Information Available คือยังไม่มีค่า Google Pagerank ครับ ต้องรอให้ Google
ปรับให้เป็น 0 ก่อน ค่า PR มันขึ้นๆลงๆครับ โดยเฉลี่ยแล้ว Googleจะปรับค่า PR ทุกๆ 3 เดือนหรือมากกว่าในบางปีครับ (เคยมี 7 เดือนครั้งหนึ่ง)
เราจะได้ อะไรจากการซื้อ Backlink บ้าง
Bot,Traffic, PR และรู้จักเจ้าของเว็บไซต์ที่เราซื้อ Backlink  ครัับ
(พอรู้จักแล้ว ก็โทรชวนไปเลี้ยงเหล้า เราก็จะได้ Backlink ฟรี การกินเหล้าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เด็กๆควรใช้วิจารณญาน )
ก่อนซื้อ Backlink เราควรต้องดูอะไรบ้างและเราควรทำอะไรก่อนซื้อ
1. หา Add-Ons มาติดที่ Browser เราก่อน  เพื่อตรวจสอบดูเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink ครับ
Add-Ons คืออะไร แล้ว Add-Ons Download ได้จากที่ไหนบ้าง
Add-Ons คือ โปรแกรมที่ใช้เสริมเื่พื่อเพิ่มความสามารถของ Browser ครับ
ก็คล้าย Plug-in ตัวหนึ่งของ Browser นั้นเอง
Browser  Firefox ใช้ Add-ons firefox seo extension (Seoquake) (ผมว่าดีที่สุดในตอนนี้ครับ)
Download: https://addons.mozilla.org/en-…/addon/3036/?src=oftenusedwith
Browser IE ใช้ Add-ons  ใช้ ie.seoquake (ยังไม่สมบูรณ์ครับ)
Download: http://ie.seoquake.com/
Browser Google Chrome  Chrome SEO (ยังไม่สมบูรณ์ ครับ)
Download: https://chrome.google.com/exte…ngcciaeihlfmhppegpdceadpfaoclj
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว อ่านข้อต่อไปครับ
2. ตรวจสอบเว็บไซต์ของเราว่าติด index หรือยัง ถ้าเริ่มติดแล้วค่อยซื้อครับ
ถ้าเว็บเรายังไม่ติด Index ของ Google ผมแนะให้ไป submit เว็บพวก Digg(Pligg)ที่มี PRสูง เช่น digg.com,
Reddit.com  หรือของเพื่อนๆในบอร์ดไทยเสียวก็ได้ครับ  1-2 วันก็น่าจะมี index แล้วครับ แต่ถ้าใครต้องการเรื่อง PR
อย่างเดี๋ยวควรรอให้ Google ปรับค่า PR จาก n/a เป็น 0 ก่อนครับ  ถ้า Google ปรับอีกครั้งเว็บไซต์เราจะได้ PR
อย่าง น้อยก็ PR1 ครับ ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่เราซื้อ Backlink ด้วยครับ ว่าค่า PR สูงแค่ไหน และเราซื้อไปกี่เว็บไซต์
3. ควรตรวจสอบเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink ว่ามี PR และ Ranking เท่าไร
ควร จะ เป็นเว็บไซต์ที่มีค่า PR มากกว่าเว็บของเราครับ เช่น เว็บเรา PR1 ควรจะซื้อจากเว็บไซต์ที่มี PR2-3 ขึ้นไป
แต่ถ้าจะให้ได้ PRที่สูงกว่าปัจจุบัน ควรซื้อ PR ที่สูงกว่า 2 Step เช่น เว็บเรา PR1 ต้องการ PR2-3 ในอนาคต
ควรเลือกซื้อ PR4 อย่างน้อย 2 เว็บ หรือ PR5 1เว็บ เพราะเว็บไซต์ที่มี PRสูงมากๆ เพียง1เว็บก็สามารถทำให้อันดับ
PR เราสูงขึ้นได้ อาจจะดีกว่าได้จากเว็บ PR1  100เว็บด้วยซ้ำไป และ Submit เว็บอื่นๆไปด้วยนะครับ
การ submit ควร submit เว็บ Dofollow จะดีที่สุดครับ แต่ nofollowก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ได้ Traffic กลับมาให้เว็บเราครับ
พยายาม Submit เว็บที่ dofollow ให้หมดก่อน ในบอร์ดแจกไว้เป็นพันเว็บ ผมว่าปีหนึ่งก็ submit กันไม่หมดครับ
ในความ คิดของผม สิ่งที่สำคัญมากกว่า PRก็คือ Traffic นะครับ ยิ่งเว็บไซต์เราเป็นที่รู้จักเยอะ คนเข้าเยอะๆ โอกาสที่เราจะทำกำไร
จาก เว็บไซต์เราก็มีหลายทางครับ ส่วน PR นั้นก็เหมือนหน้าตาครับ ทำให้เว็บไซต์เราดูดีมาชาติตระกูล แต่ถ้า traffic เยอะๆ
เดี๋ยว PR มันก็จะตามมาเองครับ อาจจะช้าหน่อยเท่านั้นเอง ถ้าไม่อยากเสียเงินซื้อ ก็ไปขอแลก link กับเว็บไซต์อื่นๆที่มี
PRสูงกว่าเราก็ ได้ครับ(ถ้าเขาให้แลกนะครับ)
และควรตรวจสอบด้วยว่า้เว็บไซต์ที่เรา จะซื้อ Backlink เป็น Fake PageRank หรือเปล่า เพราะ PR สามารถหลอกกันได้
โดย เขียนโปรแกรมหลอกให้ bot เข้าใจผิดครับ หรือสร้าง Graphic ขึ้นมาเอง แล้วเอาไปติดก็มีเยอะครับ

วิธีตรวจ สอบ PR ว่าจริงหรือหลอก หรือ Fake PageRank

(1) ไปตรวจสอบที่ Search  Google หรือ Yahoo ก็ได้ครับ
แล้วพิมพ์   link:www. เว็บไซต์ที่เราจะซื้อ .com
เราจะ เห็น backlink ของเว็บไซต์นั้นว่ามากแค่ไหน Link ส่วนใหญ่ จะเป็น inbound link
inbound link คืออะไร มันก็คือ  link ธรรมชาติจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงเข้ามายังเว็บไซต์นั้นๆ
โดยค่าของ inbound link จะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับ googleหรือyahoo จะ update ข้อมูลช้าหรือเร็วเท่าไร
จริงๆ google เขาคงมีข้อมูลอยู่แล้วแต่ไม่เปิดเผยให้เรารู้นั้นเอง จนกว่าจะ update ข้อมูลเราจึงจะตรวจสอบได้
(2) ดูว่า inbound link นั้นมากน้อยแค่ไหน ถ้าเว็บ PR สูงๆ ส่วนใหญ่จะต้องมี inbound link เป็นพันๆหมื่นๆแสนๆ
link ขึ้นไป  ตามที่ผมได้ตรวจ PR4-5 จะมี inbound link อย่างน้อยสุดก็ต้องหลักพัน ขึ้นไป แต่ถ้าตรวจสอบพบ 10-20 links
ก็น่าสงสัยไว้ก่อน ว่า Fake PagePank  หรืออาจจะได้ link จากเว็บไซต์ที่มี PR สูงๆก็ได้ อยากรู้ใช่ไหม ก็กดเข้าไปดูเว็บไซต์นั้นเลย
จะ ได้รู้ว่าเป็นเว็บอะไร มีค่า PR เท่าไร อาจจะได้ link จาก Google.com เป็นกองหนุนก็ได้ แค่เว็บเดียวก็เสียวแล้ว
(3)เว็บไซต์ที่ใช้ตรวจสอบ PR แบบลึกขึ้นหน่อย ว่า PR Fake หรือไม่ นอกเหนือจาก seoquake
www.checkpagerank.net (แนะนำอันนี้ครับ ง่ายสุด)
www.livepr.raketforskning.com
4. ตรวจสอบเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink ครับว่า Keywords และเนื้อหาตรงกับเว็บเราหรือเปล่า
พยายาม หาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์เรามากที่สุด อย่างน้อยต้องมี Keywords ตรงกับเว็บไซต์เราบ้างครับ
เช่น เราทำเว็บท่องเที่ยว เราก็ควรจะซื้อเว็บที่เกี่ยวข้องกับท่องเที่ยว
ไม่ใช่ไปซื้อ จากเว็บ 18+  มันก็คงไม่เข้ากันใช่ไหมครับ

5. ดู อายุของเว็บไซต์หรืออายุของ Domain ยิ่งเว็บไซต์ที่มีอายุเยอะๆยิ่งดีครับ

(เหมือน มะพร้าวยิ่งแก่ยิ่งมัน แต่ผมชอบอะไรที่มันอ่อนๆมากกว่าครับ นุ่มนิ่ม น่ารักสดใส นอกเรื่องสะแล้ว)
เข้าเรื่องต่อ Google Algorithm ชอบนัก Domain เก่าๆ อาจจะเป็นเพราะอยู่มานานข้อมูลน่าจะเยอะ ดูน่าเชื่อถือ
กว่า Domain ที่พึ่งเกิดใหม่  ผมมีอยู่ domain หนึ่ง พึ่งซื้อมาแต่อายุมันต้องแต่ปี 2001  เว็บ index เร็วๆมาก
ยังไม่ได้ทำ อะไรมากเลย PR1 แล้ว ส่วนไอ้เว็บไซต์ที่เรานั่งปั้นทั้งวันทั้งคืน ยังสู้ไม่ได้เลย
6. ดูที่ Index ของเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink ครับ ว่ามีมากน้อยแค่ไหน ยิ่ง Index หน้านั้นเยอะๆ
ยิ่งดีครับ ไม่ว่าจะเป็น Index ของ Google หรือ Yahoo แสดงว่าเว็บนั้นมีข้อมูลเยอะซึ่งจะเป็นผลดีต่อเรา
ในเรื่อง Keywords ด้วย เพราะโอกาสที่จะมี keyword ตรงกับเว็บเราเยอะตามไปด้วย
แต่ ถ้าจะให้ดีใช้  Seoquake กดดูที่ Dendity เพื่อดู Keywords ของหน้าเว็บไซต์นั้นว่ามีอะไรบ้างครับ
นอกจากนั้น ยังใช้ Seoquake ตรวจสอบดูว่าเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ backlink ว่าติดindexจาก dmoz.com
ด้วยหรือเปล่า ถ้ามีแสดงถึงเว็บไซต์นั้นผ่านการตรวจสอบมาแล้วในระดับหนึ่่ง ถือว่าเป็นของแถม ซึ่งทำให้เว็บนั้นน่าเชื่อถือ
ขึ้นมาทันตา เหมือนเว็บ Thaiseoboard ก็ติดindexจาก dmoz ด้วยเช่นกัน
7. ดูข้อตกลงกับผู้ขาย Backlink ว่าจะติดเว็บไซต์ของเราไว้ที่ไหน
ถ้านำเว็บเราไปติดที่ Footer  เราก็จะได้  link กลับมาทุกหน้าครับ
ยกเว้น เขา block ไว้ ขึ้นอยู่กับว่าตอนแรกที่เราซื้อได้ตกลงไว้กับผู้ขายอย่างไรบ้าง
เว็บไซต์ ที่ใช้สำหรับการตรวจสอบ Backlink ครับ  http://www.backlinkwatch.com
ควรรอให้เขาติดไปก่อนสัก 2-7 วัน ค่อยเข้าไปตรวจสอบครับ ว่าเราได้ link จากเว็บที่เราซื้อ backlinkหรือเปล่า
เว็บไซต์ที่ใช้ ตรวจสอบ Backlink จะบอกชื่อเว็บไซต์ที่ส่ง link มาให้เว็บไซต์เราครับ
8. ควรตรวจสอบ IP ของเว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink ก่อน
เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งเลยที่เดียว เพราะ google algorithm จะให้ความสำคัญเว็บไซต์
เว็บไซต์ที่มี IP ต่างจากเว็บไซต์ของเรา ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆครับ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของ Protocol
ยากไป เอาเป็น TCP/P ยังยาก เดี๋ยวไม่เข้าใจ เอาง่ายๆครับ
Ex.  เว็บเรามี  ip  223.255.78.9  ควรจะซื้อ Backlink จาก ip  ที่ตัวเลข 2 ตัวหลังต่างจากเว็บไซต์ของเรา
223.255.xx.xxx   คือ xx.xxx ไม่ให้ตัวเลข 2 ชุดหลังนี้เหมือน ip ของเราหรือตัวเลขชุดไหนก็ได้ครับ 2 ชุด
ไม่ให้ เหมือนกัน Ex. xxx.xxx.78.12, xxx.9.xxx.15, 61.xxx.81.xx เป็นต้นครับ หวังว่าคงเข้าใจโดยทั่วกัน
แล้วเราจะรู้ ได้ยังไงว่า เว็บไซต์ที่เราจะซื้อ Backlink มี  IP อะไร ก็ใช้เครื่องมือเจ้าเก่าครับ Seoquake
มันจะ show ip ทุกเว็บที่เราเปิด ยกเว้นเว็บใหญ่ๆ บางเว็บครับ
9. ควรซื้อ Backlink จากคนที่น่าเชื่อถือหรือจากแหล่งที่น่าเชื่อถือครับ
แนะนำ ที่ไทยเสียวนี้แหละครับ ถูกๆ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ กันทั้งนั้นครับ แต่ต้องทำตามกฎการซื้อขายด้วยนะครับ
กฏการซื้อขายของเว็บไทยเสียวก็เพื่อ ประโยชน์ของเพื่อนๆนั้นเองและเพื่อป้องกันการหลอกลวง จากผู้ไม่หวังดีด้วยครับ
ถ้าจะซื้อจากต่างประเทศก็ได้ครับ แต่จะไว้ใจได้กากา ถ้าเกิดอะไรขึ้นเราจะติดต่อเขาได้ยังไง นั่งเครื่องบิน
ไป ก็ไม่คุ้มแล้ว แล้วก็ไม่รู้ใครเป็นใครด้วย ในโลกอินเตอร์เน็ตอย่าไว้ใจใครให้มาก
ขอขอบบทความจาก www.thaiseoboard.com and seosiam.com
by service

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ระวัง Spam filter ด้วยการทำ Link ที่เป็นธรรมชาติ

วิธีสร้างบล็อก|รวยด้วยบล็อก spider
 บทความนี้จะเป็นบทความแรกในการเขียนเกี่ยวกับ Black Hat SEO, Black Hat SEO คืออะไร?? มันก็คือการที่เราพยายามที่จะทำให้หน้าเว็บไซต์ของเราอยู่ในลำดับต้นๆ ของ Search Engine ด้วยวิธีที่ไม่เป็นที่ยอมรับของ Search Engine โดยอาศัยช่องโหว่ของ algorithm ของ spam filter แต่อย่างไรก็ตามทางด้าน Search Engine เองก็พยายามอย่างยิ่งที่จะพัฒนา algorithm ของ spam filter ของค่ายตัวเองให้มีความสามารถที่จะคัดกรอง เว็บหรือบล็อกต่างๆ โดยให้เราแจ้งบล็อกหรือเว็บที่ทำ SEO ด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องหรือที่เราเรียกว่า 'Black Hat SEO' เพื่อที่จะเข้าไปทำการตรวจสอบและ Ban ถ้าเว็บหรือบล็อกนั้นผิดจริงๆ แล้วนำวิธีการที่ไม่ถูกต้องของเว็บหรือบล็อกนั้นๆ มาทำการพัฒนา algorithm ของ spam filter ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากวงจรดังกล่าวเราอาจพูดได้ว่าการทำ Black Hat SEO อาจจะประสบความสำเร็จในช่วงสั้นๆ
การที่ผมเขียนบทความเกี่ยวกับวิธีการของ Black Hat SEO นั้นเพื่อวัตถุประสงค์อย่างเดียวคือให้เราระวัง ไม่ให้ เว็บหรือบล็อกของเราโดน Ban โดยรู้เท่าไม่ถึงการ สำหรับท่านที่ต้องการประสบความสำเร็จในระยะยาวและยั่งยืน ต้องพยายามทำ ทั้ง On-page และ Off-page SEO ให้ดีที่สุดและพยายามบินให้ต่ำกว่า Radars ของ Spam filter!!
เอาล่ะครับเราจะมาดูกันว่าเราจะบินอย่างไรให้ต่ำกว่า radars ของ spam filter !! บทความนี้ผมขอเริ่มที่การทำ Off-page ครับเพราะว่าได้ยินหลายๆคนบ่นว่า โอ้ยพี่ผมมี Backlink เป็นแสนแต่ทำไม่ผมเห็น หน้าเว็บผมในสิบหน้าแรกของ Google? ก็เพราะสมาการ Ranking มันไม่เท่ากับ PageRank น่ะซิครับท่าน. แล้วแถม Page Rank ที่ได้มาไม่มีคุณภาพ ก็ไม่มีประโยชน์(มีคุณภาพเป็นอย่างไรเราจะไปดูในการทำ Off-page SEO กันต่อไปครับ) และแถมถ้าไปเหยีบเท้าพี่ spam filter อีกล่ะก็งานนี้เตรียมรื้อบ้านสร้างใหม่เถอะครับ!!!
การทำ Off-page ที่ดีเพื่อให้ต่ำกว่า Radars ของ Spam Filter ควรสอดคล้องกับ
1. Link มาหาเราต้งมั่นใจว่าเนื้อหามีความสัมพันธ์กันกับเว็บหรือบล็อกเรา โดยสิ่งแรกที่เราต้องทำคือพิจารณาความสัมพันธ์ของเนื้อหาว่าตรงกับเว็บหรือ บล็อกเราหรือเปล่าถ้าให้เราดูเองก็ง่ายๆ เราอ่านเนื้อหาตรงกันก็จบ แต่ Search Engine จะดูที่ไหน?? ก็ Keywords, Title bar และ Anchor text ที่ Link มาหาเราไงล่ะ ถ้าเราได้ Back link มาจากเว็บที่มี Keywords, Title bar ตรงกันและใช้ Anchor text หรือคำที่อยู่รอบๆ Anchor text ตรงกับ Keywords ของเราก็ถือว่า มีคุณภาพระดับหนึ่งถึงแม้ว่า PankRank จะไม่สูงมาก แต่อนาคต Link เหล่านี้จะเป็น Link ที่มีคุณภาพอย่างมาก
2. Anchor Text ที่แตกต่าง Anchor Text ที่ Link มาหาเราจะอยู่ในรูป
<a href=”http://www.golfclubs.com”>Golf Clubs</a>
" Glof Clubs" คือ Anchor text ของ golfclubs.com ที่จะปรากฎที่เว็บเพจที่ Link มาหา Golfclubs.com เพื่อความชัดเจนดูรูปครับ
วิธีสร้างบล็อก|รวยด้วยบล็อก same anchor text
จากรูปเป็นการใช้ Anchor Text ที่ซ้ำๆกันในทุกๆ page ที่ Link มายัง golfclubs.com เพื่อความแตกต่างให้ดูรูปข้างล่าง

วิธีสร้างบล็อก|รวยด้วยบล็อก Diff anchor text
จาก รูปเป็นการใช้ Anchor Text ที่เป็นธรรมชาติ แต่ถ้าเราใช้ Achor text ที่แตกต่างกันและ ไม่มีความสัมพันธ์กับ Keywords ก็ไม่ป็นผลดีซะทีเดียว โดยทั่วไปแล้ว Keywords ควรจะอยู่ที่ 80% ของ Anchor ทั้งหมด
3. Deeping Link คำนี้จะไม่ค่อยคุ้ยเท่าไหร่สำหรับคนสร้างบล็อกอย่างเราๆ แต่สำหรับ webmaster ที่สร้างโครงสร้างเว็บไซต์มากับมือจะให้ความสำคัญกับ Deeping Link พอสมควร อธิบายง่าย Deep Link คือ Link ที่เชื่อมต่อไปยังหน้าเว็บที่อยู่ข้างใน Directory หลักเช่น www.abcd.com/forum/mytopic.php, mytopic.php จะเป็น deeping page หรือ page ที่อยู่ใน subdirectory ของ acbd นั่นเอง การทำ backlink ควรทำเข้าไปถึงหน้าเหล่านี้ด้วย ลองคิดดูถ้าคุณมี Backlink 100,000 link ทั้งหมด ชี้มายังหน้าเดียวคือหน้าแรกเป็นไปได้หรือเปล่า?

 วิธีสร้างบล็อก|รวยด้วยบล็อก deeping link
4. IP Address แน่นอนครับว่า IP Address ถูกนำมาเป็น Factor สำคัญในการ Ranking Page เนื่องจากว่า Search Engine ไม่รู้จัคุณไม่รู้จักผม ไม่มีพี่น้องจึงไม่สามารถที่จะมีอคติกับใครได้เค๊ารู้อย่างเดียวว่าเว็บหรือ บล็อกของคุณจะเป็นที่นิยมหรือเปล่าเพียงแค่ ดูว่าใคร Link มาหาคุณ มีความสัมพันธ์กับคุณแค่ไหน และมาหาคุณกี่คน ไม่ใช่ว่ามาหาคุณ 100000 link แต่มาจากที่เดิมๆ (IP Address เดิม) เค๊าก็ไม่ให้ความสำคัญหรือเผลอๆ ถูกมองว่า Spam ซะงั้น

วิธีสร้างบล็อก|รวยด้วยบล็อก samp IP Address

ดังนั้งเราจึงต้องหาที่มาของ Blacklink ที่มีความสัมพันธ์กันและหลายหลาย

วิธีสร้างบล็อก|รวยด้วยบล็อก Diff IP Address

5. สุดท้ายครับ ความเร็วที่ได้มาซึ่ง Back Link (Ramp up) อันนี้ส่วนใหญ่ถ้าใช้ bot น่าจะโดยเพ่งเล็งทั้งหมดอ่ะนะ แน่นอนว่า การที่ Web site ที่มีคุณภาพจะได้รับการ โหวตและบอกต่อจากคนนึงไปสู่อีกคน ถึงแม้ว่าจะอยู่บนโลก ออนไลน์ก็ตาม หรือการที่เราไปทำการโปรโมตเว็บของเราเว็บนึงเนี่ย วันนึงเราจะได้ซักกี่ Link แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่อัตราการเพิ่มขึ้นของ Back Link ของเราเร็วเกินไป spam filter ก็จะจับได้ในที่สุดครับ
ขอขอบคุณ วิธีสร้างบล็อก และ รวยด้วยบล็อก
by service 

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Viral Marketing คืออะไร

              Viral Marketing หรือที่รู้จักกันเป็นภาษาไทย ในชื่อ การตลาดแบบไวรัส คือเทคนิคทางการตลาดอย่างหนึ่ง ที่ใช้ Social Network ที่มีอยู่ก่อนแล้ว มาเสริมสร้าง ให้เกิดการพบเห็นตราสินค้า (ฺBrand Awareness) หรือทำเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ทางการตลาด โดยลักษณะการกระจายข่าวสาร ในแบบ Viral Marketing จะเป็นลักษณะเหมือนการบอกแบบปากต่อปาก เพียงแต่ว่าในยุคนี้ สื่ออินเตอร์เน็ต เอื้อให้การตลาดแบบไวรัส กระจายตัวได้เร็วกว่าแต่ก่อนมาก
Viral Marketing นั้นมีพลัง มีน้ำหนักในการสร้างความเชื่อถือ มากกว่าโฆษณาแบบอื่น ๆ เพราะว่ามีการยืนยันโดยเพื่อน ๆ ของผู้รับเอง เพราะมักจะเป็นการส่งต่อ หรือบอกต่อ โดยใ้ช้อีเมล์ การไป post ไว้ใน blog หรือ Social Network ของตนเอง พอเพื่อนมาเห็น ก็ค่อนข้างจะยินยอมที่จะดู อ่าน หรือฟัง ข้อความหรือข่าวสารนั้นนั่นเอง
Viral Marketing ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ช่องทาง ทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ยังสามารถเผยแพร่กระจายไปตามสื่อ Traditional Media เช่นทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ได้เ่ช่นกัน
by service

Twitter จะเลิกใช้ MySQL เปลี่ยนเป็น Cassandra เข้าสู่ยุคของ NoSQL?

            Ryan King วิศวกรของ Twitter ให้สัมภาษณ์กับบล็อก MyNoSQL ว่า Twitter มีแผนจะเปลี่ยนจากฐานข้อมูล MySQL ไปใช้ Apache Casandra ในเร็วๆ นี้ ด้วยเหตุผลเรื่องการขยายตัวของข้อมูล
ตอนนี้ Twitter ใช้คลัสเตอร์ MySQL ที่ใช้ memcache เข้าช่วย แต่พบว่าต้องใช้คนดูแลรักษามาก แถมอัตราการส่งข้อมูลยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดขึ้นมาที่ 50 ล้านครั้งต่อวันแล้ว (ข่าวเก่า Twitter มีผู้ส่งข้อความกว่า 600 ครั้งต่อวินาที) เราอาจบอกได้ว่า Twitter โตขึ้นมาถึงระดับที่ relational database เริ่มรับไม่ไหว
ทางออกของ Twitter จึงคล้ายกับรุ่นพี่อย่างกูเกิล (MapReduce/BigTable) ยาฮู (Hadoop) หรือ Facebook ซึ่งเป็นคนทำ Cassandra ฐานข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ภายหลังโอเพนซอร์สและยกให้อยู่ในการดูแลของโครงการ Apache แนวทางนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “NoSQL” ซึ่งหมายถึงวิธีการเก็บข้อมูลแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่ relational database นั่นเอง
นอกจาก Twitter กับ Facebook แล้ว ลูกค้าของ Cassandra ยังมี Digg, Cisco, Rackspace
by service

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Backlink คืออะไร

             หลายครั้งหลายหนที่เรามักจะได้ยินคำว่า Backlink จากผู้ที่อยู่ในวงการเว็บหลายๆ คน แต่ก็ไม่เคยเข้าใจซะทีว่า Backlink มันคืออะไรกันแน่ วันนี้ผิงมีคำตอบให้ค่ะ
backlink ก็คือ link ที่โยงกลับมาให้เว็บใดเว็บหนึ่ง เช่น เหมือนเวลาเราพิมพ์ link ของเว็บ Phingbox.com ก็จะได้ backlink +1 ถ้าเว็บของเรามี Backlink เยอะๆ พวกที่เป็น Search engine จะเห็นว่าเว็บของเรามีคุณค่า เพราะมีคนเข้ามาดูเว็บของเราเยอะค่ะ
อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่ม backlink ให้เราได้ ก็คือการสร้างจาก comment ค่ะ คือเราเอา url เว็บของเราไปแปะในบล็อกหรือเว็บบอร์ดต่างๆ ก็จะเป็นการเพิ่ม backlink ให้เว็บของเราได้อีกทางหนึ่งด้วยนะ
by service

Link Wheel วงล้อมหัศจรรษ์

Link Wheel คือลิงค์วงล้อมหัศจรรษ์ ที่ใช้หลักการเชื่อมโยงเป็นวงกลมแวดล้อมเว็บไซต์หลัก และส่ง
ลิงค์ทั้งหมด กลับไปยังเว็บไซต์หลักซึ่งเป็นระบบของการทำ Seo เพื่อดันคีย์เวิร์ดให้เว็บไซต์ติดอันดับได้เร็วและหนาแน่นขึ้น วิธีทำ หาเปิดเว็บฟรี (หรือที่เรียกกันว่า web2.0) สัก6เว็บขึ้นไป เขียนเนื้อหาและส่งลิงค์กลับมายังเว็บหลักที่ทำเงิน กับ web2.0 ที่ฟรีเชื่อมโยงกันให้ครบทั้ง6เว็บ เพื่อล่อให้บอทวิ่งวนอยู่ในเว็บเราเป็นส่วนใหญ่ หลังจากเปิดเว็บบล็อค (web2.0) และเชื่อมโยงเสร็จเรียบร้อย ให้นำเว็บบล็อคทั้งหมดไปที่ Social Bookmark ต่างๆเพื่อโปรโมทเรียกบอท ให้วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลยังเว็บเราทั้งหมด Link Wheel สามารถดัดแปลงระบบการเชื่อมโยงให้สลับซับซ้อนได้อย่างไม่จำกัดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละ บุคคล ดังรูปภาพที่นำมารวบรวมไว้จากเว็บของเมืองนอกต่างๆ มากกว่า20รูปแบบ รวมรายชื่อ web2.0 (ฟรีเว็บบล็อค) PR9 http://wordpress.com PR8 http://squidoo.com http://weebly.com http://livejournal.com http://bravenet.com PR7 http://blogger.com http://blogsome.com http://www.wetpaint.com http://www.wikispaces.com http://www.xanga.com http://www.tripod.lycos.com http://tumblr.com http://quizilla.teennick.com http://viviti.com http://vox.com http://webs.com http://knol.google.com http://friendster.com PR 6 http://bigadda.com http://blog.co.uk http://blog.com http://www.zimbio.com http://gather.com http://diaryland.com http://edublogs.org http://opendiary.com http://sosblog.com PR5 http://20six.co.uk http://blog.ca http://hubpages.com http://blurty.com http://upsaid.com http://tabulas.com http://tblog.com http://terapad.com http://shoutpost.com http://thoughts.com http://blogskinny.com http://free-conversant.com http://freeflux.net PR4 http://blogeasy.com http://blogstream.com http://blogstudio.com http://blogtext.org http://insanejournal.com http://journalfen.net http://journalhub.com http://bloxster.net http://bloghi.com http://mynewblog.com http://netcipia.com http://wikyblog.com http://blogigo.com http://freeblogit.com PR3 http://blogono.com http://blogr.com


by service
                    

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นโยบายของ Googel Adsense

นโยบายของ Googel Adsense
เราได้พูดถึงเรื่องรายได้กันมาแล้วคราวนี้มาถึงนโยบายต่างๆ ที่เราต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นบัญชีของเราจะถูกแบนทันที หากท่านต้องการนำ Google Adsense มาติดบนเวป จะต้องทำตามกฏดังต่อไปนี้


1. จำนวน คลิกโฆษณาจะต้องเกิดจากความสนใจของผู้เยี่ยมชมเวปห้ามเราคลิกด้วยตนเอง ใช้โรบอตหรือซอฟต์แวร์หลอกลวง "การคลิกโฆษณาของคุณเองไม่ว่าด้วยเหตุผลใดเป็นสิ่งที่ไม่สามารถกระทำได้"
2. ต้อง ไม่ขอร้องให้ผู้อื่นคลิกโฆษณาของตนเองหรือใช้วิธีการหลอกลวงอื่นที่ทำให้ เกิดการคลิก ห้ามร้องขอให้ผู้เยี่ยมชมเวปช่วยคลิก รวมทั้งการจ้างผู้อื่นมาคลิก หรือหลอกลวงให้เกิดความเข้าใจผิดส่งผลให้เกิดการคลิก ได้แก่

* ให้ค่าตอบแทนผู้ใช้ในการดูโฆษณาหรือดำเนินการค้นหา หรือเสนอที่จะให้ค่าตอบแทนแก่บุคคลอื่นเพื่อดำเนินการดังกล่าว
* สนับ สนุนให้ผู้ใช้คลิกที่โฆษณา Google โดยใช้ข้อความเช่น "คลิกที่โฆษณา" "สนับสนุนเรา" "เยี่ยมชมลิงก์เหล่านี้" หรือข้อความอื่นๆ ที่คล้ายกัน
* ดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ไปที่โฆษณาโดยใช้ลูกศรหรือลูกเล่นด้านกราฟิกอื่นๆ
วางรูปภาพที่สร้างความเข้าใจผิด ควบคู่กับโฆษณาแต่ละชิ้น
* วางโฆษณาในสคริปต์กล่องแบบลอย
* กำหนดรูปแบบโฆษณาเพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างจากเนื้อหาอื่นๆ บนหน้าเว็บนั้น
* กำหนดรูปแบบเนื้อหาเว็บไซต์เพื่อให้การแยกความแตกต่างของเนื้อหาออกจากโฆษณาทำได้ยาก
* วาง ป้ายกำกับที่สร้างความเข้าใจผิดบนหน่วยโฆษณา Google เช่น โฆษณาสามารถใช้ป้ายกำกับว่า "ลิงก์ผู้สนับสนุน" หรือ "การโฆษณา" แต่ไม่สามารถใช้ว่า "เว็บไซต์ที่โปรดปราน" หรือ "ข้อเสนอสูงสุดสำหรับวันนี้"

3. ห้ามวางโฆษณาในหน้าเว็ปที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม ได้แก่

* ภาพเปลือย เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่หรือผู้บรรลุนิติภาวะ
* เนื้อหาที่มีความรุนแรง
* เนื้อหาที่มีการเหยียดเชื้อชาติ หรือการสนับสนุนการต่อต้านบุคคล กลุ่ม หรือองค์กรใดๆ
* ภาพอนาจาร
* เนื้อหาเกี่ยวกับการแฮ็ก/การแคร็ก
* เนื้อหาที่เกี่ยวกับการพนันหรือคาสิโน
* เนื้อหาที่เกี่ยวกับยาผิดกฎหมายและอุปกรณ์การเสพยา
* การขายเบียร์หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สูง
* การขายหรือการส่งเสริมการขายยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยาสูบ
* การขายยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์
* การขายอาวุธหรือกระสุน (เช่น อาวุธปืน ปืนไฟ มีดต่อสู้ เครื่องช็อตด้วยไฟฟ้า)
* การขายผลิตภัณฑ์ที่ลอกเลียนแบบสินค้าดีไซเนอร์
* การขายหรือการแจกจ่ายภาคนิพนธ์หรือเรียงความของนักศึกษา
* เนื้อหา ที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมที่ให้ค่าตอบแทนแก่ผู้ใช้เพื่อให้คลิกโฆษณาหรือข้อ เสนอ การดำเนินการค้นหา การสำรวจเว็บไซต์ หรือการอ่านอีเมล
* เนื้อหาอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย สนับสนุนกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย หรือละเมิดสิทธิ์ทางกฎหมายของผู้อื่น

4. ห้ามดัดแปลงโค้ด AdSense และห้ามบิดเบือนวิธีการทำงานมาตรฐาน การกำหนดเป้าหมายหรือ การ แสดงผลโฆษณาไม่ว่าด้วยวิธีใด ซึ่ง Google ไม่ได้ให้การอนุญาตไว้อย่างชัดแจ้ง

5. ต้องไม่วางโค้ด AdSense ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น ป๊อปอัป อีเมล หรือซอฟต์แวร์

6. ไม่วางโฆษณาหรือช่องการค้นหาของ Google อยู่รวมกับโฆษณาหรือบริการอื่นๆ โดยมีการจัดวางหรือใช้สีสันที่เหมือนกัน ถึงแม้จะวางโฆษณาอื่นในเวปไซต์ได้ แต่จะต้องไม่ให้ผู้ชมสับสน

7. เว็บไซต์ที่แสดงโฆษณา Google ควรสะดวกต่อการให้ผู้ใช้สำรวจ เว็บไซต์ต้องไม่เปลี่ยนค่ากำหนดของผู้ใช้, เปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการ, เริ่มการดาวน์โหลด, มีมัลแวร์ หรือมีป๊อปอัปหรือป๊อปอันเดอร์ที่ขัดขวางการสำรวจเว็บไซต์

8. ต้องไม่แสดงโฆษณา Google หรือช่องค้นหาบนเว็บไซต์ที่มีโฆษณาหรือบริการอื่นรวมอยู่ โดยใช้การจัดรูปแบบและสีเหมือนกับโฆษณาหรือช่องค้นหาของ Google บนเว็บไซต์นั้นๆ

9. จัดวางตำแหน่งโฆษณาโดยคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้

* ในเว็บหนึ่งหน้าสามารถแสดงโฆษณาและหน่วยลิงค์ได้ไม่เกินสามหน่วย
* ในเว็บหนึ่งหน้าสามารถแสดงช่องการค้นหาได้ไม่เกิน 2 ช่อง
* ในเว็บแต่ละหน้าสามารถวางลิงค์โฆษณาได้ไม่เกินสามหน่วย
* ในเว็บหนึ่งหน้าสามารถแสดงการแนะนำผลิตภัณฑ์ได้มากถึงสามหน่วยจากหน่วยโฆษณา รวมถึง ช่องการค้นหา และลิงค์ที่ระบุไว้ข้างต้น
* หน้าเว็บผลลัพธ์ของการค้นหาสามารถแสดงลิงค์โฆษณาได้เพียงหนึ่งที่เพิ่มเติมจากโฆษณา ที่ให้บริการพร้อมกับผลลัพธ์การค้นหา
* ไม่แสดงโฆษณาอื่นๆ บนหน้าเว็บผลลัพธ์การค้นหา
* ไม่แสดงโฆษณาหรือช่องการค้นหาใส pop up, pop under, หรือในอีเมลล์
* ไม่เอาองค์ประกอบใดๆ บนหน้าเว็บมาบดบังโฆษณา
* ไม่วางโฆษณาบนหน้าเว็บที่ไม่ใช่เนื้อหา หรือเป็นหน้าเว็บที่แสดงโฆษณาโดยเฉพาะ


ขอขอบคุณข้อความดีๆ จาก blog imoney4you
by service

Reseller Hosting คืออะไร?

คือ Hosting ประเภทที่สามารถจัดแบ่งพื้นที่ Hosting ได้ตามต้องการ โดยสามารถนำไปแบ่งจำหน่ายแก่ผู้ลูกค้าท่านอื่น ๆ ได้ โดยส่วนมากมักจะมีการจำกัดจำนวนการแบ่งไว้ เช่นสามารถแบ่งได้ 5 เว็บไซต์ 7 เว็บไซต์ หรืออาจจะมีการจำกัดในลักษณะของพื้นที่ Hosting ที่สามารถใช้งานได้ หรือ DataTransfer ที่สามารถใช้งานได้

สำหรับ Naxza Web Hosting ตั้งแต่ Hosting Economy Package ขึ้นไป จะมีความสามารถในการแบ่งพื้นที่เป็นส่วนต่าง ๆ ได้ ตั้งแต่ 7 เว็บไซต์ 17 เว็บไซต์ หรือ 27 เว็บไซต์ โดยการแบ่งพื้นที่ให้กับแต่ละเว็บไซต์นั้น แต่ละเว็บไซต์ จะมีระบบของตัวเองแยกต่างหากจากระบบใหญ่ สามารถกำหนดรหัสผ่านต่าง ๆ ได้เอง มีระบบ Control Panel เป็นของตัวเองแยกจากเว็บไซต์หลัก
by service

WHM คือ

WHM Reseller Hosting : Web Space Management Made Easy
ไม่มีโปรแกรมแผงหลายเว็บที่มีมาตรการเดียวกันที่สะดวกและง่ายต่อ การใช้งานที่ cPanel ให้ cPanel, สร้างโดย cpanel.net เป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเปิดฟังก์ชันต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการ จัดการพื้นที่เว็บ แต่ cPanel สามารถใช้การจัดการพื้นที่เว็บบิตต่อไปและผ่านการทำงานของ cPanel คุณยังสามารถมอบหมายภาคของ webspace ของคุณเป็นพื้นที่จำหน่าย! ที่นี่จำหน่าย WHM พื้นที่เข้ามา

Reseller hosting ร้อนและมักจะร้อนเพราะไดรฟ์ราคาลงพื้นที่เว็บสำหรับผู้ซื้อแต่ละ มีหลายวิธีที่จะได้รับโดย reselling พื้นที่เว็บ ... ผู้ขายบางคนจะไปทำสัญญากับโฮสต์เว็บแพ็คเกจการตลาดในการแลกเปลี่ยนสำหรับคณะ กรรมการมี ผู้ขายจำนวนมาก แต่เลือกที่จะซื้อจำนวนมากพื้นที่เว็บแล้วแจกจ่ายให้ผู้ซื้อสนใจ redistributing พื้นที่เว็บอาจจะยุ่งยากจึงเป็นประโยชน์แน่นอนสำหรับผู้ขายที่จะ tech - เข้าใจ แต่ประโยชน์สามารถ tech - เข้าใจหรือไม่ผู้จำหน่ายเครื่องมือที่ใช้งานง่ายสำหรับแจกจ่ายพื้นที่เว็บ เหมาะสม -- และเนื่องจากนี้ผู้ขายทุกคนควรมีลักษณะเป็นตัวแทนจำหน่าย WHM hosting

ใช้ WHM (ผู้จัดการพื้นที่เว็บ) เป็นความคล่องตัวมากขึ้น -- หนึ่งแม้จะพูดอย่างง่าย -- เพื่อแจกจ่ายพื้นที่เว็บ มันมักจะมารวมด้วยโปรแกรม cPanel เพื่อที่ว่าเมื่อคุณใช้ WHM เพื่อกระจายพื้นที่เว็บให้กับผู้ใช้ที่แตกต่างกันของผู้ใช้เหล่านี้จะมี interface cPanel ของตนเองที่ไม่ซ้ำกัน

เป็นชื่อแนะนำ, cPanel เป็นโปรแกรมที่แผงควบคุมที่ช่วยให้ผู้ใช้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาของพื้นที่เว็บ ของเขาหรือเธอ ผ่านโปรแกรมนี้ผู้ใช้สามารถสร้างโดเมนและโดเมนย่อยตั้งอยู่อีเมล, FTP สร้างบัญชีผู้ใช้อื่น ๆ และหน้าที่อื่นๆ คุณสมบัติเว็บที่ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเข้าถึงจะขึ้นอยู่กับชนิดของบัญชีที่ ผู้ผลิตผู้จำหน่ายได้กำหนดให้ผู้ใช้นี้ นี่คือที่มา WHM ค่ะ

ๆ webmaster ปกติเข้าถึง cPanel สามารถเป็นตัวแทนจำหน่ายตราบเท่าที่เขาหรือเธอได้เข้าถึง WHM นี่คือเหตุผลที่ผู้ใช้ปลายสามัญ -- คือคนที่ซื้อพื้นที่จากผู้ขายผู้ขายพื้นที่ -- ไม่สามารถสร้างผู้จำหน่าย WHM เอง hosting บัญชี สิทธิและความรับผิดชอบในการสร้างบัญชีผู้ใช้เท่านั้นตรงกับไหล่ของผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หากคุณเป็นผู้ผลิตจำหน่ายครั้งแรกนี้เป็นโปรแกรมที่จะแนะนำคุณผ่านขั้นตอน แรกในอุตสาหกรรม
by service